คำสอน

เรื่องที่ 9: โรม (ข้อคิดเกี่ยวกับหนังสือของโรม)

[บทที่ 7-5] (โรม 7:24–25) เนื้อหนังเป็นทาสของกฎแห่งบาป

(โรม 7:24–25)
“โอยข้าพเจ้าเป็นคนน่าสมเพชอะไรเช่นนี้!ใครจะช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากร่างกายนี้ซึ่งเป็น
ของความตายได้ ข้าพเจ้าขอบคุณพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ฉะนั้นทางด้านจิตใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเชื่อฟังกฎของพระเจ้า แต่ด้านฝ่ายเนื้อหนังของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นทาสของกฎแห่งบาป”
 
 
นี่คือกฎที่เนื้อหนังเป็นทาสของบาป
 
ความศรัทธาของชีวิตท่านเป็นอย่างไร? “จิตใจพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง” (มัทธิว 26:41) ท่านไม่ได้เป็นเช่นนี้ใช่ไหม?
พระคัมภีร์ไบเบิลบอกเราว่า “ฉะนั้นทางด้านจิตใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเชื่อฟังกฎของ พระเจ้า แต่ด้านฝ่ายเนื้อหนังของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นทาสของกฎแห่งบาป” และนี่คือกฎ ที่มีอำนาจเหนือเราหัวใจของเราสร้างขึ้นมาเพื่อรักพระเจ้าและรักความจริงแต่มันเป็นเพียงธรรม
ชาติเพื่อมอบให้เนื้อหนังเป็นของกฎแห่งบาป พระวจนะของพระเจ้าบอกเราว่า หัวใจ ของการ เชื่อฟังคำสอนและความชอบธรรมของพระเจ้าในขณะที่เนื้อหนังเป็นทาสของกฎแห่งบาปเพียง
อย่างเดียว
ท่านรู้จักว่าอะไรคือกฎของบาปไหม?เราต้องการนำชีวิตด้วยความศรัทธาธรรมิกชนและ
คนรับใช้ของพระเจ้ารู้สึกกล้าเหมือนกับสิงโต เมื่อเนื้อหนังไม่ได้เป็นทาสของบาป เราอาจจะคิด ว่าเรามีความสุขและเต็มไปด้วยความกล้าหาญโดยไม่ทำบาปอีกต่อไปแต่ในความเป็นจริงเราไม่มีความมั่นใจอย่างแท้จริงหัวใจของธรรมมิกชนและหัวใจของคนรับใช้ของพระเจ้านั้นถดถอยลงไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งนี้
“♫บาปทั้งหมดไปแล้ว! ♪ผ่านความเมตตาของคาลเวอรี่!♫” แม้ว่าเราได้รับการชำระ บาปแล้วและได้สรรเสริญพระเจ้าเช่นนี้เรายังไม่มีความมั่นใจในการมีชีวิตอยู่เมื่อเราคิดถึงชีวิตที่
อยู่ด้วยความศรัทธาของเราในอนาคต เราคิดเกี่ยวกับความอ่อนแอของเนื้อหนัง และก็มาสู่บทสรุป นี้ “ข้าพเจ้าไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ในทางนี้ ในอนาคตข้าพเจ้าไม่ควรจะทำบาปอีกต่อไป” แต่เมื่อเรา ยืนอย่างมั่นคงบนความชอบธรรมของพระเจ้าอีกครั้ง เรากล่าวว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอขอบคุณ พระองค์มาก ฮาเลลูยา ข้าพระองค์จะเชื่อฟังพระองค์จนวันตาย” จากนั้นเราก็รับใช้พระองค์ ด้วยพลังอันแรงกล้าแต่มันไม่ยาวนานเพราะว่าเราก็จะผิดหวังอีกครั้งกับตัวเราเองที่ทำบาปอีกครั้งในความเป็นจริงธรรมิกชนทั้งหมดและคนรับใช้ของพระเจ้าผู้ที่ยังไม่ถูกช่วยให้รอดก็จะเป็นเช่นนี้ ดังนั้น เรามาข่มใจด้วยความจริงที่ว่า เนื้อหนังเป็นทาสของบาปเพียงอย่างเดียว
ผมรู้ว่าพระเจ้าทรงไม่ต้องการให้เราถูกพันธนาการด้วยความอ่อนแอของเนื้อหนังนี่ก็เป็น
เหตุผลที่เปาโลแยกฝ่ายพระวิญญาณออกจากเนื้อหนัง “ฉะนั้นทางด้านจิตใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า เชื่อฟังกฎของพระเจ้า แต่ด้านฝ่ายเนื้อหนังของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นทาสของกฎแห่งบาป” เนื้อ หนังเป็นทาสของกฎแห่งบาปเพียงอย่างเดียว ท่านเข้าใจไหม? นี่คือกฎ ใครสามารถเปลี่ยนกฎได้? ไม่ได้ทั้งท่านและผม ดังนั้นใครควรจะรับใช้ด้วยหัวใจของเรา? ความจริงคือเราควรจะรักพระเจ้า รักพระวิญญาณ รักความชอบธรรมของพระองค์ อย่างหมดหัวใจของเรา
 
 
อย่าคาดหวังในเนื้อหนังมากนัก
 
เนื้อหนังต้องการขยายความพอใจ ความสะดวกสบาย ความสันติ ความสนุกสนาน ในตัวเอง ไม่ใช่ความชอบธรรมของพระเจ้า เนื้อหนังต้องการทุกอย่างที่ทำให้มันพอใจ
อย่าคาดหวังในเนื้อหนังมากนักให้พูดว่า “ฟังนะ เนื้อหนัง ฉันอยากให้ เจ้าทำแต่สิ่งที่ดี” ยอมแพ้การคาดหวังที่ว่าเนื้อหนังจะดีขึ้น อย่าเสแสร้งว่าเนื้อหนังของเรารักพระเจ้า และความ ชอบธรรมของพระองค์ หรือว่ามันต้องการความชอบธรรมของพระเจ้า หรือว่า และทรมาน เพื่อพระองค์
ผู้ที่คาดหวังบาปสิ่งที่ดีๆ จากเนื้อหนังนั้นโง่เขลา จากนั้นพวกเราควรจะทำอะไร? ทุกสิ่ง นั้นถูกทำตามพระบัญญัติของพระเจ้า
นี่คือพระบัญญัติของพระเจ้าที่ทำให้เนื้อหนังเป็นทาสของบาปหากเรารู้สึกหดหู่และรู้สึก
หน้ามืด นี่เป็นเพราะว่าเราเป็นทาสของเนื้อหนัง ดังนั้นเนื้อหนังก็ตัดสินตัวของมันเองอยู่เสมอ ให้เราพิสูจน์ตัวของเราเองในทางตรงกันข้าม เรามาปล่อยให้เนื้อหนังเป็นไปตามที่มันเป็น ผม อยากจะให้ท่านอยู่ด้วยความศรัทธาในพระเจ้าด้วยใจของท่านเองเนื้อหนังไม่สามารถหนีจากบาปได้จนมันสูญสิ้นไปเพราะเนื้อหนังเป็นทาสของบาปเพียงอย่างเดียวเราไม่สามารถหนีจากบาปได้
ด้วยตัวของเราเอง ท่านอาจจะคิดว่า “เนื้อหนังอาจจะดีกว่า” แต่คนละเรื่องกัน หรือเมื่อท่าน ทำบาปอย่าง ไม่รู้ตัว ท่านอาจจะคิดว่า “มันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่แย่ๆ” ไม่ มันขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ทั้งหมดที่เนื้อหนัง มีเจตนารับใช้บาปในตอนเริ่มต้น
เนื้อหนังไม่เคยทำอะไรถูกต้องเลย มันทำบาปจนตาย “เนื้อหนังจะดีขึ้นไหม?” อย่าคาด หวังสิ่งเหล่านี้เลยแล้วท่านจะผิดหวังไม่ว่าท่านจะบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น” บ่อยแค่ ไหน เนื้อหนังไม่สามารถช่วยได้แต่มันทำชั่ว แม้ว่ามันจะต่อต้านความปรารถนาของท่าน ใครใน พวกเราที่ยังไม่ได้ตกลงใจว่าจะไม่ทำบาป? ทุกๆคน! แต่มันคือกฎของพระเจ้า ที่เนื้อหนังเป็น ทาสของบาปเพียงอย่างเดียว
บาทหลวงแคทอลิกและแม่ชีรวมทั้งพระและนักบวชในทุกๆศาสนาพยายามที่จะดำรงชีวิตอย่างชีวิตที่สมบูรณ์ด้วยเนื้อหนังของพวกเขาแต่มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับเนื้อหนังที่จะอยู่โดย
ปราศจากข้อบกพร่องพวกเขามีชีวิตอยู่เหมือนกับคนหลอกลวงมันเป็นไปไม่ได้สำหรับเราที่จะทำดีด้วยเนื้อหนังของเรา เนื้อหนังเป็นทาสของกฎแห่งบาป นี่คือกฎที่พระเจ้าทรงตั้งขึ้นมา นี่คือกฎ ก็เหมือนกับหนอนที่ชอบกินโคลนสกปรก เนื้อหนังของมนุษย์ก็ชอบทำบาป กล่าวอย่างซื่อ สัตย์ได้ไหมว่า ท่านคาดหวังบาปอย่างจากเนื้อหนังของท่านได้? ไม่ได้อย่างแน่นอน นี่คือเหตุ ผลที่เปาโลกล่าวว่า “ฉะนั้นทางด้านจิตใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเชื่อฟังกฎของพระเจ้า แต่ด้านฝ่าย เนื้อหนังของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นทาสของกฎแห่งบาป” (โรม 7:25)
เนื้อหนังทำบาปจนตายเนื้อหนังจะไม่ทำบาปอีกหลังจากระยะเวลานานของการฝึกหัดใช่
ไหม? ไม่เนื้อหนังไม่สามารถปรับปรุงได้ มันโอเคไหมสำหรับเนื้อหนังที่ทำบาป มากเท่าที่มัน ต้องการได้? ไม่! นี่ไม่ใช่อะไรที่ผมกล่าวในที่นี้ ผมแค่หมายความว่าเนื้อหนังแค่ทำบาป และเรา ก็ทำบาปมากขึ้น ถ้าเราพยายามที่จะไม่ทำบาปมากขึ้นอีก
“แต่ข้าพเจ้าเห็นมีกฎอีกอย่างหนึ่งอยู่ในกายของข้าพเจ้าซึ่งต่อสู้กับกฎแห่งจิตใจของข้าพ
เจ้า และชักนำให้ข้าพเจ้าอยู่ใต้บังคับกฎแห่งบาป ซึ่งอยู่ในกายข้าพเจ้า โอย ข้าพเจ้าเป็นคน น่าสมเพชอะไรเช่นนี้! ใครจะช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากร่างกายนี้ซึ่งเป็นของความตายได้ ข้าพเจ้า ขอบคุณพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ฉะนั้นทางด้านจิตใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเชื่อฟังกฎของพระเจ้า แต่ด้านฝ่ายเนื้อหนังของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเป็นทาสของกฎแห่งบาป” (โรม 7:23–24) มันเป็นไปไม่ได้ สำหรับเนื้อหนังที่จะทำความดี เพราะเนื้อหนังนำเราไปสู่ การผูกมัดของกฎแห่งบาป
มนุษย์ไม่ชอบที่จะพูดความจริง และพวกเขาละอายใจ พวกเขากล่าวว่า “ท่านกล่าวอย่าง เปิดเผยได้อย่างไร?” แต่มันไม่ใช่ตัวของเปาโลผู้ที่ได้ กล่าวไว้อย่างโจ่งแจ้งใช่ไหม? เนื้อหนังเป็น ทาสของกฎแห่งบาป เราเป็นทาสของบาป โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของเราจนตาย พวก เราไม่ได้เกิดมาแค่ทำบาป มันก็ยังปฏิเสธไม่ได้ ว่าเนื้อหนังคือเครื่องมือของบาป
 
 
พระเจ้าทรงมอบอำนาจให้เรารับใช้พระองค์อย่างเพียงพอ
 
ธรรมิกชนอันเป็นที่รักยิ่งท่านคิดอย่างไร?ท่านคิดว่าท่านสามารถรับใช้พระเจ้าด้วยเนื้อ
หนังของท่าน ถ้าท่านยังคงพยายามอยู่ไหม? ไม่เลย!
ใครช่วยเราทำบาปทั้งหมดของเรา?พระเยซูทรงช่วยจากนั้นพระเยซูคริสต์ทรงนำเราไปให้พ้นจากบาปทั้งหมดของเนื้อหนังที่เป็นทาสของกฎแห่งบาปไหม?พระเยซูคริสต์ทรงช่วยเราจริงๆหรือใครเป็นทาสของกฎแห่งบาปและทำบาปในตลอดช่วงชีวิตของเราจากบาปทั้งหมดของเนื้อ
หนัง? พระเจ้าทรงช่วยพวกเราจากบาปทั้งหมดของเรา จริงๆหรือ? คำตอบก็คงจะใช่! แน่นอน พระองค์ทรงทำมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้เนื้อหนังทำบาปและมันก็เป็นไปได้สำหรับท่านที่จะยกความผิดบาปของท่านไปให้พ้นจากการพิพากษาของพระเจ้าผ่านเนื้อหนัง แต่พระเจ้าทรงทำให้ มันเป็นไปได้ พระองค์ทรงสร้างความชอบธรรมขึ้นมา และทรงช่วยเราจากบาปทั้งหมดของเรา แม้ว่าเราจะยังคงทำบาปอยู่เสมอ
พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงช่วยพวกเราใครคือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงช่วยเรา? พระเยซูคริสต์นั่นเอง แล้วใครคือพระเยซูล่ะ? พระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า และพระผู้ เป็นเจ้าของผู้ที่เชื่อทั้งหมด พระเยซูคริสต์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ทรงทำให้เราสมบูรณ์จากบาป พระเยซูทรงมอบอำนาจให้เรารับใช้พระองค์
พระผู้เป็นเจ้าทรงให้เราอยู่ได้โดยปราศจากบาปพระเจ้าของเราผู้ทรงทำให้เรารอดจากบาปทั้งหมดพระเจ้าทรงช่วยเราและทรงทำให้เราเป็นผู้ชอบธรรมแม้ว่าเนื้อหนังเป็นทาสของกฎแห่ง
บาปและความตาย นี่คือเหตุผลที่ท่านสาธุคุณเปาโล ขอบคุณพระเจ้าผ่านพระเยซูคริสต์ องค์พระ ผู้เป็นเจ้าของเรา เราไม่สามารถขอบคุณพระเจ้า ผ่านพระเยซูได้เพียงพอเช่นกัน
เราจะต้องทราบถึงการชำระบาปของพระเยซูว่ามันวิเศษเพียงใดเราขอบคุณสำหรับอำนาจสูงสุดที่ทรงช่วยเราจากเนื้อหนังที่ไร้ศีลธรรมของเรา ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากทำบาปจนตาย พระ เยซูทรงช่วยเราให้รอดด้วยพลังของพระองค์และกายของพวกเราพระองค์ทรงทำให้เรารอดจาก
บาป เพื่อว่าเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป
พระเยซูทรงช่วยพวกเราให้รอดจากบาปอย่างสมบูรณ์ไหม? แน่นอนอยู่แล้ว! พระองค์ ทรงช่วยเราทั้งหมดและสมบูรณ์ พระองค์ทรงให้เรารับใช้พระองค์อย่างสมบูรณ์ ใครทำสิ่งยิ่ง ใหญ่อย่างนี้หรือ?พระผู้เป็นเจ้าของเรานะสิ!ใครเป็นคนเปลี่ยนให้ผู้ที่ไม่สามารถช่วยได้แล้วแต่ทำบาปด้วยเนื้อหนังของพวกเขา มาเป็นผู้ชอบธรรมและเชื่อฟังพระเจ้า? พระองค์เจ้าของเรานะสิ! พระเยซูทรงช่วยเราผู้ที่ทำบาปผ่านชีวิตของพวกเราพระองค์ทรงเปลี่ยนให้เราเป็นทาสของความ
ชอบธรรมของพระองค์เช่นกัน
 
 
พระเยซูทรงช่วยเราให้รอดจากบาปทั้งหมดของเรา
 
เราต้องคิดถึงสิ่งนี้อย่างมากเลยเพราะว่าเราเป็นมนุษย์ผมคิดถึงความวิเศษของการชำระ
บาปของพระเจ้า เพราะว่าผมเป็นมนุษย์ เมื่อผมยังไม่รู้จักว่า เนื้อหนังเป็นทาสของบาปเพียง อย่างเดียวผมก็มักจะรู้สึกผิดหวังกับมันบ่อยครั้งผมเกือบจะยอมแพ้ต่อชีวิตของความศรัทธาเพราะบาปของผม แม้ว่าผมได้รับการยกความผิดบาปแล้วก็ตาม
“ก่อนที่ผมจะถูกช่วยให้รอด ผมยืนได้ แม้ว่าผมทำบาป แต่ถ้าผมยังคงมีบาปอยู่ตอนนี้ มันไม่มีอะไรแตกต่างเลย ไม่ว่าผมจะถูกช่วยให้รอดหรือไม่ อะไรที่ใช่สำหรับการเกิดใหม่?” ท่านอาจจะคิดว่าท่านอาจจะต้องดีกว่าแต่ก่อนแน่นอนท่านอาจจะรู้สึกว่าเนื้อหนังของท่านจะเป็น
เช่นนั้น ตอนนี้ท่านถูกช่วยให้รอดแล้ว ดีกว่าตอนที่ท่านยังไม่ถูกช่วยให้รอด ผู้ที่ยังไม่ได้ เกิดใหม่เลย จะไม่เข้าใจว่าผมพูดอะไรอยู่
เราขอบคุณพระเยซูได้เพียงเมื่อเรารู้จักและเชื่อว่าจะได้รับการยกความผิดบาปทั้งหมดของ
เนื้อหนัง ผมขอขอบพระคุณพระเยซูผู้ทรงนำบาปทั้งหมดที่ผมได้ทำจนตายไป
ในหนังสือสรรเสริญพระเจ้าของเกาหลีที่ได้จัดพิมพ์ไปก่อนหน้านี้ มีบทหนึ่งที่ว่า “♪ฮาเลลูยา ขอสรรเสริญพระองค์! ♫ข้าพระองค์ได้รับยกความผิดบาป ในอดีตทั้งหมดแล้ว! และข้าพระองค์ก็เดินไปกับพระเยซูในอาณาจักรสวรรค์♪” มันหมายความว่าอย่างไร? ถ้าพระเยซู ทรงนำบาปในอดีตของพวกเราไปเพียงเท่านั้นเราจะทำอะไรต่อไปล่ะ?เนื้อหนังของเราก็ไม่ควรทำบาปอีกต่อไป เราควรตั้งใจอธิษฐานขอยกความผิดบาป เมื่อใดก็ ตามที่เราทำบาป เราควรจะ ยู่ดีๆในทุกๆทาง แต่นี่เป็นเพียงอุบายอันเลวร้ายของซาตานเท่านั้นเอง
ไม่มีอะไรที่จะหวานไปกว่ากลอุบายนี้อีกต่อไปแล้ว ซาตานล่อลวงเราโดยพูดว่า “บาป ผ่านาทั้งหมดของท่านไม่มีแล้ว ดังนั้นถ้าท่านเดินไปกับพระเยซูและถ้าท่านไม่ทำบาปอีกต่อไป ท่านก็เข้าไปในอาณาจักรสวรรค์ได้แต่เมื่อใดก็ตามที่ท่านทำบาปอีกท่านต้องสวดมนต์ขอยกความผิดบาปแทนเพื่อว่าท่านจะเข้าใจในอาณาจักรสวรรค์ได้”คนส่วนใหญ่ก็เชื่อสิ่งนี้เมื่อพวกเขาได้
อ่านพระคัมภีร์ไบเบิล เขาจะร้องเพลงออกมาว่า “♪ฮาเลลูยา ขอสรรเสริญพระองค์! ♫ข้าพระองค์ ได้รับยกความบาปในอดีตทั้งหมดแล้ว !และข้าพระองค์เดินไปกับพระเยซูในอาณาจักรสวรรค์♪”
แต่พวกเขาหยุดทำบาปไม่ได้หรอก นี่คือกฎบนเนื้อหนังของพระเจ้า เนื้อหนังช่วยอะไร ไม่ได้แต่ทำบาปครั้งแล้วครั้งเล่าดังนั้นพวกเขาคิดว่าพวกเขาต้องมีความมานะในการอธิษฐานขอ
ยกความผิดบาป สำหรับชีวิตประจำวัน แล้วร้องขอว่า “♪ฮาเลลูยา ขอสรรเสริญพระองค์! ♫ข้าพระองค์ได้รับยกความผิดบาป ในอดีตทั้งหมดแล้ว! และข้าพระองค์ก็เดินไปกับพระเยซูใน อาณาจักรสวรรค์♪” แต่มันเป็นครั้งสุดท้ายใน 2–3 วันนี้หรือ? แล้ว พวกเขาก็ทำบาปอีก ในชั่วโมงต่อมา ไม่ยังไม่ถึงวันเลย พวกเขาอาจจะสวดมนต์และขอยกความผิดบาปอย่างรวดเร็ว แต่พวกเขาไม่สามารถหลบหนีไปจากกฎที่เปลี่ยนไม่ได้นี้ ในขณะที่ยังอยู่ในเนื้อหนังอยู่
คำกล่าวของบทเพลงนี้เป็นจริงไหม? ท่านได้ยกความผิดบาปแต่ในอดีตหรือ? พระเยซู ทรงนำบาปทั้งหมดของเราไปไม่ใช่แค่บาปในอดีต “♪ฮาเลลูยาขอสรรเสริญพระองค์! ♫ข้าพระ องค์ได้รับยกความผิดบาปในอดีตทั้งหมดแล้ว!และข้าพระองค์ก็เดินไปกับพระเยซูในอาณาจักร
สวรรค์♪”
ผู้ที่ถูกช่วยให้รอดอาจจะสับสนหลังจากทำบาป อีกครั้งหนึ่งเมื่อพวกเขาไม่รู้จักว่า มันคือ กฎของพระเจ้าเพื่อเนื้อหนังของพวกเขาเองให้ต้องทำบาปจนตายพวกเราก็จะเสียความสงบในใจ
ของตัวเอง ไปได้โดยง่ายดาย เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาค้นพบความชั่วในเนื้อหนังของเขาเอง เพียง เพราะเหมือนกับผู้ที่ยังไม่ได้เกิดใหม่พวกเขาจะมีความสงบเพียงเมื่อพวกเขาไม่ทำบาปนี่เป็นปรา
กฏการณ์ที่เราพบกันได้ในชาวคริสเตียนทุกคน ที่ยังไม่ได้รับการยกความผิดบาปของเขาเลย พวก เขาก็อาจจะต้องร้องเพลงว่า “♫บาปทั้งหมดของฉันไปหมดแล้วบาปทั้งหมดของท่านก็ไปหมด
แล้วเช่นกัน บาปทั้งหมดของเราก็ไปหมดแล้ว♫” แต่พวกเขาทำบาปอีกครั้งหนึ่ง พวกเขา ก็คิดว่าพวกเขาต้องร้องขอ ต่อการยกความผิดบาปอีกครั้งหนึ่ง ที่พวกเขาทำบาปบ่อยขึ้น ก็ร้อง เพลงอยุ่งไพเราะว่า “♫บาปทั้งหมดของฉันไปหมดแล้ว บาปทั้งหมดของท่านก็ไปหมดแล้ว เช่นกัน....” แล้วพวกเขาก็รู้สึกผิดหวังในตัวเองกับเวลาที่ผ่านไป
พระเยซูทรงช่วยเราจากบาปทั้งหมดไปอย่างสมบูรณ์ พระองค์ทรงช่วยเราจากบาปทั้งหมด เพื่อว่าเราจะสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าได้ในทุกๆเวลาและทุกสถานการณ์เราจะมีความสุขกับสันติพร้อมกับพระองค์และอธิษฐานขอให้พระเจ้าทางช่วยเราผ่านพระเยซูคริสต์อยู่ตลอดเวลา
 
 
ถ้าเราทราบว่าเนื้อหนังเป็นทาสของกฎแห่งบาป เพียงอย่างเดียว  เราสามารถหนีจากบาปด้วยความศรัทธาได้
 
ทำไมการอยู่ด้วยความศรัทธาสำหรับท่านจึงยากนักนะ?การอยู่ด้วยความศรัทธาของเพราะท่านไม่รู้จักความจริง ที่ว่าเนื้อหนัง เป็นทาสของกฎของบาปเพียงอย่างเดียว นั้นทำให้ท่าน รำคาญใจไหม? เราจะต้องนำการมีชีวิตอยู่ด้วยพระวิญญาณโดยการรู้จักความจริงนี้
เรามารู้จักความจริงของพระเจ้าและเปลี่ยนแปลงเมื่อเรามีความมานะในพระวจนะของ
พระเจ้าและให้ความเป็นเพื่อนซึ่งกันและกัน“ถ้าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในคำของเราและท่านก็เป็นสาวกของเราอย่างแท้จริง และท่านทั้งหลายจะรู้จักสัจจะและสัจจะจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไทย” (ยอห์น 8:31–32) “ข้าพเจ้าขอบคุณพระเจ้า โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” พระเยซูทรงช่วยเราให้รอดจากบาปได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเราจึงขอบคุณพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา ท่านเชื่อไหม? เมื่อความคิดของท่านไม่เคยถูกครอบงำและปิดกั้น ท่านก็จะไปได้ไม่ถึงไหน เรา สามารถเชื่อฟังพระเยซูได้ และขอบคุณพระองค์ มีชีวิตอยู่ด้วยความศรัทธา เมื่อเราไม่ตกเป็นทาส ของบาป และถ้าเรารู้ว่าเราทำบาปอีกครั้ง เราก็ไม่สามารถมีความสุขได้ตลอดเวลา และไม่ สามารถเชื่อฟังพระเยซูได้ ถ้าพระเยซูทรงไถ่บาปแม้ว่าความบกพร่องเพียงเล็กน้อยได้เราจะไม่
สามารถเชื่อฟังพระเจ้าด้วยความมั่นใจได้
เราขอขอบคุณพระเยซูเพราะพระองค์ทรงนำบาปทั้งหมดของเราไปเราสรรเสริญและเชื่อ
ฟังพระองค์ ด้วยพลัง ถ้าผมไม่สามารถแก้ไขปัญหาของบาปส่วนตัวของผมได้ ผมจะช่วยเหลือ ผู้อื่นจากบาปของพวกเขาได้อย่างไร? ผมจะสอนคำสอนตามพระคัมภีร์ไปให้ผู้อื่นได้อย่างไร? คนที่กำลังจะจมน้ำตายจะช่วยผู้อื่นได้อย่างไรถ้าเรายอมรับว่าเนื้อหนังของเราไม่สามารถช่วยได้
แต่ทำบาป เราก็สามารถหลบหนีจากบาปได้ แต่ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงอันนี้ จากนั้นเรา ก็จะได้รับอิทธิพลจากลัทธิที่ผิดหลักของ “การเป็นคริสเตียน”
นี่คือเรื่องตลกที่ท่านอาจจะรู้จักมันนานมาแล้วมีบาทหลวงแคทอลิกได้นั่งรถม้าไปกับแม่ชี 2 คนจากโบสถ์ของพวกเขา เพื่อไปช่วยเหลือคนตายในหมู่บ้านที่ห่างไกล และได้นั่งขับรถม้าอยู่ ระหว่างแม่ชีทั้งสอง แม่ชีที่เด็กกว่า หน้าตาดีกว่า นั่งอยู่ข้างขวาของเขา และ แม่ชีที่แก่กว่า หน้าตา น่าเกลียดนั่งอยู่ด้านซ้ายมือของเขา ไม่มีปัญหาอะไรตอนที่รถม้าวิ่งไปบนถนนที่กว้างและเรียบ ใน เมืองแต่ในทันใดนั้นเมื่อผ่านไปในถนนที่ขลุขละและแคบในภูเขา รถม้าก็เกิดปัญหาขึ้น ลองเดา ดูสิว่าบาทหลวงแคทอลิกคิดอะไรอยู่ในใจ ของเขา ตอนที่รถม้าเอียงไปทางขวา เขาก็สวดมนต์ว่า “โอพระเจ้า ได้โปรดกรุณาได้ตามที่พระองค์ทรงกรุณาด้วยเถิด” แต่เมื่อเอียงไปอีกทางหนึ่ง เขาก็ ร้องอยู่ในใจ ว่า “โอพระองค์เจ้าข้า ได้โปรดอย่าล่อลวงข้าพระองค์เลย” เขาสวดมนต์ทั้งสองแบบ
พวกเราก็เป็นเช่นนั้นแหละ เพื่อเนื้อหนังของเราเราเป็นทาสของกฎของบาปอย่างแท้จริง แต่เราจะต้องทราบพระประสงค์ของพระเจ้า และเชื่อฟังพระองค์ ด้วยความศรัทธาตามพระ ประสงค์ของพระองค์ เพราะว่าเราไม่มีอะไรอีกแล้ว ที่จะคาดหวังจากตัวของเราเองได้ พวกเราตาย แล้วและเนื้อหนังก็ปรับตัวให้ดีขึ้นไม่ได้
 
 
เราเชื่อฟังพระเยซูเพราะพระองค์ทรงช่วยเราให้รอดอย่างสมบูรณ์
 
เราจะรู้สึกหนักเพียงใดถ้าเราเข้าไปในอาณาจักรสวรรค์โดยการทำความดีหรือถ้าการไถ่
บาปของเราขึ้นอยู่กับ ปริมาณที่เราทำดีหรือทำบาป พระเยซูทรงตรัสกับเราว่า “ท่านทำบาปมาชั่ว ชีวิตของท่าน แต่เราได้เอาบาปทั้งหมดของท่าน ที่ท่านทำจนตายไป เราทำให้ท่านเป็นผู้ชอบธรรม ที่ไม่มีบาป เราได้ช่วยท่านให้รอดอย่างมบูรณ์ ท่านขอบคุณเราไหม?” คำตอบของเราคืออะไร? “ใช่ เราขอขอบพระคุณพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์!” พระองค์ทรงถามว่า “ท่าน จะเชื่อฟังเราไหม?” ท่านจะตอบว่าอย่างไร? “ข้าพระองค์จะเชื่อฟังพระองค์”
ท่านต้องการเชื่อฟังพระเจ้าไหม?แน่นอนเราต้องการที่จะเชื่อฟังพระองค์เพราะพระองค์
ทรงนำบาปทั้งหมดของเราออกไป เมื่อพระเยซูทรงนำบาปของท่านไปแค่ 90% ท่านจะไม่ สามารถเชื่อฟังพระองค์ได้ ท่านอาจจะพร่ำบ่นกับพระเจ้าว่า “พระองค์ควรจะนำบาปที่เหลืออีก 10% ที่เหลือของข้าพเจ้าไปด้วย! ข้าพระองค์จะแก้ไขบาปนี้ออกไปด้วยตัวเอง ได้อย่างไร? ข้าพเจ้าจะเชื่อฟังพระองค์ได้อย่างไร ในขณะที่ยังไม่ได้ล้างบาปของข้าพระองค์ออกไป เลย?” ดังนั้นเพราะบาปนี้เราจึงไม่ได้เชื่อฟังพระองค์
อย่างไรก็ตาม ตอนที่เราต้องการที่จะเชื่อฟังพระเยซูอย่างสมัครใจ เพราะพระองค์ทรงช่วย เราให้รอดจากบาปทั้งหมด ของเราได้อย่างสมบูรณ์ ใช่ พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดอย่างสมบูรณ์ ข้าพระองค์จะเชื่อฟังพระองค์ตั้งแต่บัดนี้ไป ขอขอบคุณพระเจ้า! ข้าพระเจ้าขอสรรเสริญพระองค์ ขอสดุดีพระองค์ ข้าพระองค์รักพระองค์!” ข้าพระองค์ขออุทิศตัวเองเพื่อรับใช้พระเจ้า เพราะ เรารักพระองค์และเราต้องการเชื่อฟังพระองค์ เราต้องการเชื่อฟังพระเจ้าจากก้นบึ้งของหัวใจเรา เพราะพระองค์ทรงช่วยเราให้รอดจากบาปทั้งหมดและเพราะว่าเราได้รับความรักจากพระองค์
การเข้าร่วมในวันอาทิตย์คือสิ่งที่ง่ายถ้าเราปรารถนาจะเข้าร่วมถ้าเราไม่มีความรู้สึกที่จะเข้าร่วมในบางเหตุผล แม้ว่าจะไปโบสถ์อาทิตย์ละครั้ง ก็ยังเป็นสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับเรา ถ้าท่านจะ ต้องฟังเรื่องแบบเดียวกันในทุกๆครั้ง เช่นว่า “ท่านสุภาพบุรุษ ท่านสุภาพสตรี โปรดสำนึกบาป ที่ท่านได้ทำมาในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วย” ท่านอาจจะหยุดไปโบสถ์สองปีเลย ผู้ที่เข้มแข็งจะ ไม่ไปอีกนาน อาจจะ 1–2 ทศวรรษ แต่พวกเขาก็ไม่เลิกไปเลยทีเดียว มีผู้นำทางศาสนาหลายๆคน ที่มีอิทธิพลนำให้ผู้ที่ทรมาณจากบาปของพวกเขาทั้งลหายได้สำนึกบาป นี่คือเหตุผลที่หลายๆคน หยุด ไม่ไปโบสถ์ เหมือนกับที่พวกเขาคิดว่า มันยากลำบากเกินไปมนการเชื่อพระเยซู
เราเชื่อฟังพระเจ้าและรู้สึกประทับใจในความรักของพระองค์ เราสรรเสริญพระองค์ “♪ฉันรักพระเยซู ฉันไม่ขอแลกพระองค์กับสิ่งใดในโลกเลย♪” เราเชื่อฟังพระเยซูเพราะเรา รักพระองค์จริงๆ
การไถ่บาปของพระองค์ช่างน่าประหลาดใจอะไรเช่นนี้พระเยซูทรงให้เราเชื่อฟังพระองค์
โดยปราศจากการมองข้ามบาปแม้แต่น้อยนิด “เหตุฉะนั้น การลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย ที่มี อยู่ในพระเยซูคริสต์เพราะว่ากฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตในพระเยซูคริสต์ได้ทำให้ข้าพเจ้าพ้น
จากกฎแห่งบาป และความตาย” (โรม 8:1–2) พระเยซูทรงอวยพรให้เรา ขอบคุณและ สรรเสริญพระองค์เสมอ พระองค์ประสงค์ให้เรามีความสุขและเชื่อฟังพระองค์ตลอดเวลา พระ องค์ทรงช่วยเรา ท่านเชื่อไหม
อย่าให้ความอ่อนแอมารบกวนจิตใจของท่าน พระเยซูทรงนำบาปทั้งหมดออกไป พระองค์ ก็ทรงนำบาปของผู้ที่เต็มไปด้วยตัณหาและป่วยตามธรรมชาติออกไปเช่นกันเพียงแค่นี้ที่ทำให้ท่านต้องการที่จะเชื่อฟังพระเจ้าใช่ไหม? นี่คือเหตุผลที่เรารักพระเจ้าของเรา พระองค์ไม่บังคับให้เรา เชื่อฟังหรือควบคุมเราให้บูชาพระองค์ด้วยพระเจ้าอวยพระพรให้เราพระองค์ทรงเป็นพระบิดา
และเราก็จะเป็นบุตรของพระองค์และพระเจ้าทรงทำให้เราเชื่อฟังพระองค์และทรงทำให้คนใช้
ของพระองค์รับใช้พระองค์
คนที่ได้รับการช่วยให้รอดจากพระเจ้าก็คือคนรับใช้ของพระองค์พระเจ้าทรงประทานพร
แก่คนงานทั้งหมดของพระองค์และบอกให้พวกเราเชื่อฟังพระองค์พระเจ้าไม่ทรงเรียกเราเพื่อการกระทำของเรา“เราช่วยท่านให้รอดจากบาปทั้งหมดของท่านความอ่อนไหวของท่านคือสิ่งที่มีเกินไปในตัวของท่านที่เต็มไปด้วยตัณหา ท่านอยู่ไกลเกินจะบรรยาย ท่านโง่ ท่านควรจะถูกสาปแช่ง เพราะบาปของบรรพบุรุษของท่าน แต่เราช่วยท่านและเราไม่สนใจสิ่งอื่นใด ท่านช่วยไม่ได้ แต่ ทำบาปตลอดชีวิตของท่าน เรา จึงนำบาปทั้งหมดของท่านไป เราทรมานเพื่อท่าน และฟื้นมาอีก ครั้งจากความตาย เราทำลายบาปทั้งหมดของท่าน เราทำสิ่งนี้เพราะเรารักท่าน เรารักท่าน เรารัก ท่าน ท่านรักเราไหม?” คำตอบของเราคืออะไร? “ใช่ ข้าพระองค์รักพระองค์ พระเจ้าของข้า พระองค์ พระองค์ทราบว่า ข้าพระองค์ก็รักพระองค์เช่นกัน ขอขอบพระคุณพระองค์ พระเยซูเจ้า!”
“จงตามเรามาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา” (มัทธิว 4:19) “เรา บอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าผู้ที่เชื่อในเราจะกระทำกิจการซึ่งเราได้กระทำนั้นด้วยและเขาจะ
กระทำกิจการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีกเพราะว่าเราจะไปถึงพระบิดาของเรา” (ยอห์น 14:12) พระผู้เป็น เจ้าทรงตรัสไว้ ท่านเชื่อในสิ่งนี้ไหม? อย่าแกล้งที่จะไม่ทำบาป
ในตลอดชีวิตของเราเราได้ทำบาปมานับครั้งไม่ได้แต่พระเยซูทรงนำบาปทั้งหมดของเรา
ไปตลอดกาลแม้ว่าบาปของเรามีมากเท่าๆกับดาวบนท้องฟ้าพระเยซูเจ้าทรงนำบาปทั้งหมด ของ เราไปอย่างสมบูรณ์
 
 
พระเจ้าทรงสวมเสื้อผ้าให้กับเราผู้เป็นคนงานของความชอบธรรมของพระองค์
 
ตอนที่เราสังเกตตัวเราเอง เราอาจจะคิดว่าเราเชื่อฟังพระเจ้าไม่ได้ บางครั้งหัวใจของเราก็ สว่างเหมือนกับวันอันสดใส แต่อีกเวลาหนึ่งก็ค่อนข้างมืดทึม และจากเวลาหนึ่งสู่เวลาหนึ่ง เราพบ ตัวเราเองอยู่ในความมืด ในขณะที่กำลังเชื่อฟังพระเจ้า หลังจากเกิดใหม่ เราเปลี่ยนราวกับ ว่าเราเปลี่ยนไป 4 ฤดูกาลได้ พระประทาน 8 ฤดูกาลให้โนอาห์ ในตอนที่พวกเขาอยู่ใน เรือ พระองค์ตรัสว่า “โลกยังดำรงอยู่ตราบใด จะมีฤดูหว่านกับฤดูเกี่ยว เวลาเย็นกับเวลาร้อน ฤดู ร้อนกับฤดูหนาว และมีวันกับคือเรื่อยไปตราบนั้น” (ปฐมกาล 8:22)
ความศรัทธาของพวกเราก็มีขึ้นมีลงไม่หยุด เราสรรเสริญพระเยซูด้วยความสุขในบางวัน แต่กลับโกรธอย่างไม่มีเวลา เมื่อเราพบความยากลำบาก
“แล้วตรัสต่อไปว่า ‘เราจะไม่จดจำบาป กับการอธรรมของเขาทั้งหลายอีกต่อไป’ เมื่อมีการ ลบบาปแล้ว ก็ไม่มีการถวายเครื่องบูชา ลบบาปอีกต่อไป” นี่คือที่พระเจ้าทรงตรัสออกมา (ฮีบรู 10:17–18)
เนื้อหนังทำบาปจนตาย มันเป็นกฎของเนื้อหนัง เนื้อหนังเป็นทาสของกฎแห่งบาป นี้ หมายความว่า เนื้อหนังทำบาปได้เพียงอย่างเดียว แต่พระเจ้าทรงทำให้ผู้ที่ทำบาปเพียงอย่างเดียว เป็นคนรับใช้ของพระองค์ พระเจ้าทรงทำให้เราเป็นคนรับใช้ของพระองค์ได้อย่างไร? แน่นอน ว่าพระองค์ไม่สามารถทำให้ใครที่มีบาป เป็นคนรับใช้ของพระองค์ได้
พระเจ้าทรงสร้างคนรับใช้ของพระองค์โดยการนำบาปทั้งหมดที่เนื้อหนังได้ทำขึ้นในทุกๆวันออกไป และจ่ายค่าจ้างของบาปทั้งหมดของท่าน เพื่อทำให้ท่านสมบูรณ์ พระองค์ทรง ทำให้บริสุทธิ์และเรียกท่านมาเป็นคนงานที่บริสุทธิ์ของพระองค์พระองค์ทรงทำให้เราเป็นคนใช้
ของพระองค์ แม้ว่าเราอ่อนแอ ตอนนี้เรามีพลังของความชอบธรรมของพระองค์ เรามีพลังที่ สมบูรณ์โดยเติมความชอบธรรมของพระเจ้าลงไป เราได้ถูกทำให้สมบูรณ์ แม้ว่าเราอ่อนแอใน เนื้อหนัง แต่เราเข้มแข็งในพระวิญญาณ
 
 
ใครที่สามารถรับใช้พระผู้เป็นเจ้าได้?
 
“เป็นคนที่มีความทุกข์ แต่ยังมีความยินดีอยู่เสมอ เป็นคนยากจน แต่ยังทำให้คนเป็นอัน มากมั่งมี เป็นคนไม่มีอะไรเลย แต่ยังมีสิ่งสารพัดบริบูรณ์” (2 โครินทร์ 6:10) เราไม่มีบาปแม้ว่า เราดูเต็มไปด้วยบาป เราไม่มีบาปแม้เรายังทำบาป ดังนั้นเราสามารถช่วยคนหลายๆคนให้รอด ด้วย คำสอนของน้ำและพระวิญญาณนี่คือความลับของพระคริสต์และความลับของอาณาจักรสวรรค์
ผมสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงช่วยเราให้รอดทั้งหมด ใครที่จะรับใช้พระผู้เป็นเจ้าได้? คือผู้ที่ พยายามรับใช้พระองค์โดยพยายามไม่ทำบาปและผู้ที่เชื่อว่าพระเจ้าทรงนำบาปของพวกเขาที่ทำอยู่ทุกๆวันออกไปใช่ไหม? เพียงแค่อย่างหลังเท่านั้นที่สามารถรับใช้พระผู้เป็นได้ ผู้ที่เชื่อว่าพระองค์ ทรงล้างบาปทั้งหมดของพวกเขาไปอย่างสมบูรณ์เท่านั้นที่จะรับใช้พระองค์ได้พวกเขาต้องการ
สละตัวเองเพื่อพระผู้เป็นเจ้า และลงทุนทุกสิ่งทุกอย่างในภารกิจของพระองค์ พวกเขาภูมิใจที่ได้ เป็นคนงานของพระองค์ ในการทำบางสิ่งบางอย่าง แม้จะเป็นสิ่งๆเล็กๆแต่ก็สำหรับพระผู้เป็นเจ้า
คนบางคนกลัวว่าความชอบธรรมของตัวเองจะสลายไป ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยโกรธ ความชอบธรรมส่วนตัวของพวกเขาควรจะสลายไปแล้วเราควรจะทิ้งความชอบธรรมของเราลงถังขยะไป เหมือนกับที่เราทิ้งขยะ ความชอบธรรมของเราจะต้องแตก เราจะต้องขยี้และตัดมันออกไป แล้วทิ้งมันลงในถังขยะ เราควรขอบคุณพระเยซูและสรรเสริญความชอบธรรมของพระองค์ เพียง แค่เราทิ้งความชอบธรรมของเราเท่านั้นเอง
คนแบบนี้ได้สรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าว่า “จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการโมทนา และเข้าบริเวณนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ จงถวายโมทนา ขอขอบคุณพระองค์ จงถวาย สาธุการแด่พระนามของพระองค์” (สดุดี 100:4) ผู้มีความชอบธรรมของตัวเอง แม้ว่าพวก เขาจะได้รับการช่วยให้รอดแล้ว ก็ไม่สามารถรับใช้และรักพระเจ้าได้ในท้ายที่สุด ส่วนผู้ที่ทราบว่า เนื้อหนังเป็นทาสของบาปเพียงเท่านั้น แต่ก็มีชีวิตอยู่และเชื่อว่าพระเยซูทรงนำบาปทั้งหมดของ พวกเขาไปรวมทั้งบาปที่กำลังจะเกิดและต้องการที่จะรักและรับใช้พระองค์อย่างอดทนในหัวใจ
ของพวกเขาก็จะพบความรักพระเยซู
ท่านมีหัวใจที่รักและต้องการรับใช้พระเยซูไหม? ท่านมีหัวใจขอบคุณพระองค์ไหม?
 
 
พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้เรามีชีวิตและมีความสุขปราศจากบาป
 
เราคือคนรับใช้ของพระเจ้ามีชีวิตอยู่อย่างมั่งคั่งและมีความสุขกว่าผู้ที่มีรายได้กว่าล้านดอลลาร์ต่อปีเรากินแตงโมในฤดูร้อนและกินพืชในฤดูกาลของมัน เรากินอะไรก็ได้ที่ต้องการเราไม่จน ท่านเคยอยู่อย่างจนๆหลังจากชำระบาปบ้างไหม? เราอยู่อย่างมั่งคั่ง
เรามีอะไรมากมายในชีวิตถ้าหากเราเดินไปพร้อมกับพระเยซูผู้ที่เดินไปพร้อมกับพระองค์ก็จะไม่ต้องการอะไรท่านเชื่อไหม?เราอยู่อย่างไม่ขาดแคลนแม้ว่าเราไม่ร่ำรวยโดยพื้นฐานทั่วๆไปแล้วท่านเชื่อไหม? ท่านจะไม่พบกับความต้องการและความปรารถนาอะไรเลยหลังจากท่านพบ
พระเยซูแล้วใช่ไหม? เราไม่ขาดแคลนอะไรเลย ตอนนี้เราอยู่อย่างร่ำรวยกว่าเดิม ตอนนี้ผม อยู่และนอนหลับดีกว่าแต่ก่อนด้วย
พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยเราให้รอดอย่างสมบูรณ์ ไม่มีคำพูดอะไรที่จะแสดงพระพรนี้ได้ พระ องค์ทรงช่วยเราให้รอดทั้งหมด และทรงยอมให้ท่านและผมได้ขอบคุณพระเจ้าผ่านพระองค์ ความ เมตตาของพระองค์ช่างยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้!
“โอย ข้าพเจ้าเป็นคนน่าสมเพชอะไรเช่นนี้!” เปาโลกล่าวในเนื้อหนังของเขาว่า “ใครจะ ช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากร่างกายนี้ซึ่งเป็นของความตายได้”เราทำบาปตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ใครช่วย
เราให้รอดจากบาปทั้งหมดของเรา ที่เราทำด้วยเนื้อหนัง? พระเยซูคริสต์ทรงช่วยเรา ตามที่ เปาโลได้ทำ ผู้ก็ขอบคุณพระเจ้าผ่านพระเยซูเจ้าของเรา
เปาโลไม่ได้อยู่พร้อมกับความชอบธรรมของพระองค์หลังจากที่พระองค์ทรงได้รับความ
ชอบธรรมของพระเจ้า เขาสารภาพบาปหลายครั้งว่าเนื้อหนังของเขาถูกขายภายใต้บาป บางคน ร้องตามที่เปาโลเขียนไว้ในบทที่ 7 ก่อนที่เขาจะได้รับการช่วยให้รอดจากบาป และบทที่ 8 หลังจากที่เขาได้รับการช่วยให้รอดแล้ว แม้ว่ามันไม่ถูกต้อง
พระวจนะของพระเจ้านั้นปรับใช้ได้กับทั้งผู้ที่รอดแล้วและผู้ที่ยังไม่รอดมันปรับใช้ได้กับ
ทุกๆคน นักเทววิทยาส่วนใหญ่ไม่รู้จักพระวจนะของพระเจ้าและมีแนวโน้มที่จะแยกบทที่ 7 ออก จากบทที่ 8 และประยุกต์รูปแบบในบทแรกให้แก่ผู้ที่ยังไม่รอด และบทต่อมาให้แก่ผู้ที่ยังไม่รอด พวกเขาแยกพระวจนะของพระเจ้าออกเป็นวรรคโดยไม่มีกฏเกณฑ์แม้ว่าพวกเขาไม่รู้จักวิธีแยกแต่ละวรรคก็ตาม มีคนที่ฉลาดและที่หลอกลวงเช่นนี้อยู่มากมาย
พระเยซูทรงนำบาปทั้งหมดของเราออกไปอย่างสมบูรณ์เรียบร้อยผมอยากจะให้ท่านอยู่
ด้วยความศรัทธา ต้องการขอบคุณพระเจ้า ผมอยากให้ท่านรีดรอยยับบนใบหน้าของท่านออกไป พระเจ้าทรงทำบาปทั้งหมดออกไปจากหัวใจของท่านผมขอขอบพระคุณผู้เป็นพระเจ้าผู้ทรงช่วย
ให้เรารอดจากเนื้อหนัง