คำสอน

เรื่องที่ 9: โรม (ข้อคิดเกี่ยวกับหนังสือของโรม)

[บทที่ 8-10] (โรม 8:29–30) ลัทธิคำสอนที่ผิดพลาด

(โรม 8:29–30)
“เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้วผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตาม
ลักษณะพระฉายแห่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปี ท่ามกลางพวก พี่น้องเป็นอันมาก และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย และผู้ที่ พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น  พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรมและพระองค์ก็ทรงโปรดให้มี
ศักดิ์ศรีด้วย”
 
ข้อความนี้บอกเราว่าพระเจ้าทรงตั้งไว้ในพระเยซูคริสต์เพื่อไปช่วยมนุษย์พระเจ้าทรงเรียกพวกเขาในพระคริสต์ทรงโปรดให้ผู้ที่พระองค์ทรงเรียกเป็นผู้ชอบธรรมและผู้ที่เป็นผู้ชอบธรรมที่มีศักดิ์ศรีด้วย หลักพื้นฐานของพระคัมภีร์ก็คือ แผนการกับการปฏิบัติภารกิจกับพระเยซูคริสต์ นี่ คือที่บทโรมได้บอกกับเราแต่ยังมีนักทฤษฎีหลายๆคนและหน่วยงานที่มีความคิดผิดๆไปจากความจริงนี้ให้ไปเป็นเพียงลัทธิเท่านั้นซึ่งเป็นเพียงความคิดส่วนตัวของพวกเขาเองที่มุ่งมั่นในการเผย
แพร่ออกไปตอนนี้เราจะหันความสนใจของเราไปตรวจสอบดูความเข้าใจผิดในความจริงที่ว่ามี
เท่าใด
นักทฤษฎีบางคนหาสาเหตุสรุป5หลักของลัทธิตามข้อความนี้ 1) ญาณที่รู้ล่วงหน้า 2) การ กำหนดไว้ล่วงหน้า 3) การเรียกที่มีประสิทธิภาพ 4) การพิพากษา 5) การให้มีศักดิ์ศรี ทั้ง 5 ข้อนี้ รู้จักในนามของ “โซ่ทองของการชำระบาป” และได้ถูกเผยออกไปตามความจริง ให้กับผู้ที่เชื่อ และผู้ที่ไม่เชื่อออกไป แต่ข้อกล่าวอ้างของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง
คำสอนทั้ง 5 ข้อได้กล่าวถึง แค่สิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำนั่นคือ “พระเจ้าทรงทราบแล้ว ทรงเลือกแล้วทรงเรียกแล้ว ทรงพิพากษาแล้ว และทรงโปรดบางคนให้มีศักดิ์ศรีแล้ว” แต่คำ สอนของการกำหนดไว้อ้างว่าพระเจ้าทรงเลือกผู้ที่พระองค์ทรงช่วยอย่างไม่มีเงื่อนไขแม้แต่ก่อนที่พวกเขาจะเกิดแล้วสอนว่าพระเจ้าทรงทำผู้มีบาปที่เป็นบุตรของพระองค์โดยเทความรักของพระ
องค์มาให้พวกเขา ดังนั้นก็ทรงเลือกพวกเขาแล้ว พระเจ้าทรงเรียกพวกเขาแล้ว ทรงพิพากษาแล้ว และทรงโปรดให้พวกเขามีศักดิ์ศรี
 
 
ความผิดพลาดของทฤษฎีคำสอนของการตั้งไว้และการเลือก
 
ทฤษฎีของคริสเตียนเราจะหา“คำสอนที่ยิ่งใหญ่ทั้ง5ข้อ”ของแคลวินนิสต์ที่ประกาศโดย
จอห์นแคลวินได้ในกลุ่มของพวกเขามีลัทธิของการตั้งไว้และลัทธิของการเลือกตามที่ผมจะชี้ให้ เห็นถึงความผิดพลาดของคำสอนและการเป็นพยานร่วมเพื่อข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ
ตามลัทธิของการเลือกกำเนิดจากนักทฤษฎีจอห์นแคลวินแน่นอนว่าพระเจ้าทรงตรัสถึง
การเลือกในพระเยซูคริสต์ออกมาก่อนยุคของแคลวินแต่คำสอนของการเลือกของเขาได้นำความ
สับสนหลายอย่างมา คำสอนที่ผิดนี้จำกัดความรักของพระเจ้า และระบุว่ามันก่อให้เกิดความ แตกต่างที่ไม่ยุติธรรมจริงแล้วไม่มีทั้งข้อจำกัดและขอบเขตของความรักของพระเจ้าและเช่นคำ
สอนของการตั้งไว้ที่กำหนดโทษข้อจำกัดบนความรักของพระเจ้านั้นให้เป็นอะไรไปไม่ได้แต่ผิด
ในความเป็นจริงที่ผู้ที่เชื่อในทุกวันนี้ที่ได้ยอมรับคำสอนนี้โดยธรรมชาติและเป็นความเชื่อที่ถูกกำหนดมา
ความคิดของคำสอนของการตั้งไว้นี้ได้ครอบครองใจหลายๆคนคำสอนนี้ได้ทำขึ้นเพื่อผู้ที่ชอบปรัชญาและครอบงำความคิดของพวกเขา   ทำให้มันน่าเชื่อถือลัทธิได้อ้างว่าแม้ว่าก่อนการ
สร้างสรรพสิ่งพระเจ้าทรงตั้งไว้และทรงเลือกไว้อย่างไม่มีเงื่อนไขในขณะที่ผู้อื่นถูกกำหนดไว้ให้ต้องออกไปจากการเลือกนี้ เมื่อลัทธินี้เป็นความจริง จิตวิญญาณเล่านี้ที่ไม่ถูก เลือกจะมีขอบเขต ที่ต่อต้านพระเจ้า และพระองค์จะหันไปสู่ความไม่ยุติธรรมและอคติต่อพระเจ้า
เพราะลัทธินี้เอง   ที่ทำให้คริสเตียนในปัจจุบันได้ตกลงไปในความสับสนอย่างหนักคริส
เตียนหลายคนมีความทุกข์ที่สงสัยว่า “ได้รับเลือกหรือไม่? ถ้าพระเจ้าทรงตำหนิเราก่อนพระองค์ จะสร้างอะไรคือประโยชน์ของการเชื่อในพระเยซูล่ะ?”พวกเขาสิ้นความสนใจในการที่พวกเขาจะได้รับหรือยกเว้นจากการเลือกของพระเจ้านี่คือสิ่งที่ลัทธิของการกำหนดไว้ล่วงหน้าได้สร้างความสับสนอย่างมากให้กับผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์เหมือนพวกเขาได้กำหนดความสำคัญเพื่อคำถาม
ของการเลือกของพวกเขายิ่งไปกว่าข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญณาณที่แท้จริงของพระเจ้า
ลัทธินี้ได้เปลี่ยนความคิดของชาวคริสเตียนไปยังโลกของศาสนาแต่นี่คือเวลาที่เราจะโยน
ลัทธิผิดๆนี้ออกไปจากชนชาวคริสเตียนด้วยคำสอนที่เกิดมาเป็นพยานเพื่อความชอบธรรมของ
พระเจ้าอย่างเช่นท่านจะต้องเห็นตัวท่านเองเป็นอันดับแรกไม่ว่ากรณีใดๆลัทธิของการกำหนดไว้
ล่วงหน้าว่าถูกต้องหรือไม่และนำบาปทั้งหมดของท่านออกไปด้วยความรู้และความเชื่อในคำสอนของน้ำและพระวิญญาณผู้ที่ได้รับการเลือกจากพระเจ้าอย่างแท้จริงคือผู้ที่ทราบและเชื่อในความ
ชอบธรรมของพระองค์
 
 
การกำหนดโชคชะตาและการเลือกที่พูดออกด้วยความจริง
 
เอเฟซัส 1:3–5 กล่าวว่า “สาธุการแด่พระเจ้า พระบิดาแห่งพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา ผู้ทรง โปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรา นานาประการในสวรรค์สถานโดยพระคริสต์ ในพระ เยซูคริสต์นั้นพระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโลกเพื่อเราจะบริสุทธิ์และ
ปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระองค์พระองค์ทรงกำหนดเราไว้ด้วยความรักก่อนตามที่
ชอบพระทัยพระองค์ให้เป็นบุตรโดยพระเยซูคริสต์” การเลือกที่กล่าวไว้ในข้อความนี้ เป็นการ เลือกที่เลือกแล้ว “ในพระเยซูคริสต์นั้นพระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงสร้างโลก” (เอเฟซัส 1:4) มันบอกกับเราเช่นกันว่า พระเยซูคริสต์ไม่ได้รวมคนโสดจากความเมตตาของ คนไถ่บาป
จากข้อความนี้เราจะต้องค้นสิ่งที่ผิดของลัทธิของการกำหนดไว้ให้พบความผิดพลาดของ
ลัทธินี้เอียงไปต่อต้านมาตรฐานของการเลือกของพระเจ้าคือพื้นฐานของผู้จะถูกช่วยให้รอดหรือ
ไม่นั้นขึ้นอยู่กับพระวจนะของพระเจ้าแต่ตามการตัดสินพระทัยอย่างไม่มีเงื่อนไขของพระองค์
ถ้าเรายึดความศรัทธาในพระเยซูเป็นหลักของการกำหนดไว้ล่วงหน้าและการเลือกอย่างไม่มีเงื่อนไขเราก็จะเชื่อในพระเยองค์ด้วยความไม่แน่นอนและความกังวลได้อย่างไร?แคลวินนิสต์
สอนคำสอนที่ผิดไปเป็นความไม่ยุติธรรมของพระเจ้าเหตุผลที่แคลวินทำผิดพลาดเช่นนั้นก็คือเขา
เอาสภาพของ “ในพระเยซูคริสต์” ออกจากการกำหนดของพระเจ้า และความผิดพลาดนี้เพียง พอในการสับสนและชี้นำไปในทางที่ผิดจากพระคัมภีร์ที่บอกเราอย่างชัดเจนว่า“พระเจ้าทรงเลือกเราในพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์” (เอเฟซัส 1:4)
ถ้าเป็นตามที่แคลวินนิสต์อ้างไว้พระเจ้าทรงเลือกบางคนเพื่อที่จะเป็นพระเจ้าของพระเจ้า
ของพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขในขณะที่ได้รวมคนอื่นๆโดยไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเหลวไหลได้มากกว่านี้ล่ะ? แคลวินนำพระเจ้าหันไปสู่ความไม่ยุติธรรมให้แก่หัวใจของหลายๆคน แต่พระคัมภีร์ กล่าวในโรม 3:29 ว่า “หรือว่าพระเจ้านั้นทรงเป็นพระเจ้าของพวกยิวพวกเดียวเท่านั้นหรือ พระ องค์ไม่ทรงเป็นพระเจ้าของชนต่างชาติด้วยหรือ?ถูกแล้วพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของชนต่างชาติด้วย” พระเจ้าคือพระเจ้าของทุกๆคนและผู้ช่วยให้รอดของทั้งหมด
พระเยซูคือผู้ช่วยให้รอดของทั้งหมดพระองค์ทรงประทานการชำระบาปให้กับทุกๆคน
โดยทรงแบกรับบาปทั้งหมดของมนุษยชาติไปบนพระองค์โดยบัพติสมาจากยอห์นและพระโลหิตบนไม้กางเขน (มัทธิว 3:15) พระคัมภีร์บอกเราว่า พระคริสต์ทรงช่วยผู้มีบาป โดยแบกรับบาป ทั้งหมดของโลกนี้พร้อมกับบัพติสมาของพระองค์ และทรงแบกรับบาปบนไม้กางเขน (ยอห์น 1:29) ทรงถูกพิพากษาเพื่อบาปในที่ของเรา (ยอห์น 19) ในยอห์น 3:16 บอกเราเช่นกันว่า “เพราะ ว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตร
นั้นจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร์พระเยซูคริสต์ทรงนำบาปของทุกๆคนไปพร้อมกับบัพติสมา
ของพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายเพื่อมนุษย์ทุกคนใน
ความชอบธรรมของพระเจ้า”
ความเข้าใจของเรา ของผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกจะต้องขึ้นอยู่กับพระวจนะของพระองค์ ทำ เช่นนั้นเช่นกัน เราลองมาดูข้อความจาก โรม 9:10–11 “และมิใช่เท่านั้นแต่ว่านางริเบคคาก็ได้ มีครรภ์กับชายคนหนึ่งด้วยคืออิสอัคบรรพบุรุษของเรา แม้ก่อนบุตรนั้นบังเกิดมา และยังไม่ได้ กระทำดีหรือชั่วเพื่อพระดำริของพระเจ้าในการทรงเลือกนั้นจะตั้งมั่นคงอยู่ไม่ใช่ตามการประพฤติ แต่ตามที่พระองค์ทรงเรียก”
ได้กล่าวไว้ว่าพระคัมภีร์ของพระเจ้าจะตั้งมั่นอยู่ตามซึ่งพระองค์ทรงเรียกจากนั้นผู้ที่พระ
เจ้าทรงเรียกในพระคริสต์คือใคร? พวกเขาคือผู้มีบาปอย่างแน่นอน ผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกคือใคร? พระองค์ทรงรักยาโคปไม่ทรงรักคนที่เหมือนกับเอซาวผู้ที่เต็มไปด้วยความชอบธรรมส่วนตัวแม้
พระองค์ทรงเรียกผู้มีบาปเหมือนกับยาโคปและยอมให้พวกเขาเกิดใหม่ผ่านข่าวประเสริฐของน้ำ
และพระวิญญาณมันเป็นพระประสงค์ของของพระเจ้าที่เลือกผู้มีบาปเช่นเดียวกับยาโคปเพื่อรัก
และเรียกผ่านพระเยซูคริสต์
เพราะอดัมเป็นบรรพบุรุษของทุกๆคนผู้ที่เกิดใหม่ทั้งหมดเหมือนกับทายาทของผู้มีบาปในบท สดุดี 51 กษัตริย์เดวิดกล่าวว่า ตอนที่พระองค์ทรงอยู่ในครรภ์มารดาก็มีบาปเพราะมนุษย์ ทุกคนเกิดมามีบาปพวกเขาทำบาปโดยไม่คำนึงถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาเลยพวกเขายังคงเป็นผลของบาปตลอดช่วงชีวิตจนกระทั่งท้ายที่สุด มาละโก 7:21–27 บอกเราว่า เพียงแค่ต้นแอปเปิลก็ เป็นแอปเปิ้ล ลูกแพร์ก็เป็นลูกแพร์ มนุษย์ก็ต้องเชื่อให้มีชีวิตให้ต้องมีบาป เพื่อชีวิตที่สมบูรณ์ทั้ง หมดของพวกเขา เพราะว่าพวกเขาเกิดมาพร้อมกับบาป
ท่านจะต้องมีประสบการณ์ของการทำบาปที่ต่อต้านความปรารถนาของท่านนี่เป็นเพราะ
ว่าจากจุดเริ่มต้นของท่าน ท่านเกิดมาเป็นผู้มีบาป มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับความชั่วร้ายและ บาปในหัวใจของพวกเขา นี่คือเหตุผลที่เขาหรือเธอมีชีวิตอยู่ในบาป บาปก็คือมรดก ตั้งแต่ที่เรา เกิดมาพร้อมกับบาปทั้บรรพบุรุษมอบให้กับเราถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วให้มีชีวิตอยู่ในบาปมัน คือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องเชื่อในพระเยซูว่าเป็นผู้ช่วยให้รอดของเราและเชื่อในความชอบธรรม
ของพระเจ้า
นี่หมายถึงผู้ที่พระเจ้าทรงทำเป็นสิ่งแรกและอดัมทำให้ผิดพลาดในตอนท้ายหรือ? ไม่ใช่ พระเจ้าทรงตัดสินพระทัยที่จะทำให้มนุษยชาติเป็นบุตรของพระองค์ดังนั้นพระองค์ทรงยอมให้
คนแรกตกลงไปในบาป และยอมให้เราเป็นผู้มีบาปในเริ่มต้น เพื่อที่จะทรงช่วยเรา และทำให้ เราเป็นบุตรของพระองค์พร้อมกับบัพติมาและพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ดังนั้นเราจะต้องทราบว่าเราเกิดมาเป็นผู้มีบาปโดยไม่มีข้อยกเว้น
อย่างไรก็ตามพระเจ้าทรงตัดสินพระทัยส่งพระเยซูคริสต์มายังโลกนี้ก่อนการสร้างสรรพ
สิ่งทรงทราบว่ามนุษยชาติจะเป็นผู้มีบาปแล้วพระองค์ทรงวางพระเยซูผ่านบัพติสมาของพระเยซูที่ทรงรับจากยอห์นเพื่อบาปทั้งหมดในโลกนี้ และให้พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน อีกนัย หนึ่งพระองค์ตัดสินพระทัยประทานเกียรต์แก่ทุกๆคนที่เชื่อในพระพรของการชำระบาปและการ
เป็นบุตรของพระเจ้านี่คือแผนการของพระเจ้าและพระประสงค์ของพระองค์ในการสร้างสรรค์
มนุษยชาติ
มนุษย์บางคนอาจจะถามด้วยความเข้าใจผิดของตัวเอง “มองดูยาโคปและเอซาว มีใคร คนหนึ่งได้รับเลือกและอีกคนถูกละทิ้งจากพระเจ้าไหม?”แต่พระเจ้าไม่ทรงเลือกผู้ที่ยืนยันที่จะถูกช่วยให้รอดโดยปราศจากพระเยซูโดยไม่มีเงื่อนไขพระองค์ทรงทำให้ทุกคนเป็นบุตรของพระองค์ผ่านพระเยซูคริสต์อย่างชัดเจนเมื่อเพียงแค่พิจารณาในพระคัมภีร์ตามพันธสัญญาฉบับเก่าเราอาจ
จะเกิดความประทับใจที่พระเจ้าทรงเลือกเพียงฝ่ายเดียวแต่ในพันธสัญญาใหม่เราเห็นได้อย่างชัด
เจน ว่าพระองค์ทรงเลือกคนที่เหมือนยาโคป เพื่อช่วยผู้ที่มีบาปทั้งหมดให้รอดผ่านพระเยซูคริสต์ เราจะต้องมีความเข้าใจอย่างชัดเจนและเชื่อในผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกด้วยพระวจนะของพระองค์
ใครที่พระเจ้าทรงเลือกและทรงรัก? คนที่เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง คนที่หลอกตัวเองและ ไม่มีความชอบธรรมด้วยการรักและช่วยในความชอบธรรมของพระเจ้าท่านก็เช่นกันจะต้องเชื่อ
ในความจริงนี้ ที่พระเจ้าผู้เป็น พระบิดาทรงเรียกท่านผ่านพระเยซูคริสต์ ในความชอบธรรม ของพระองค์ท่านจะต้องเชื่อในความจริงของคำสอนของน้ำและพระวิญญาณในพระเยซูคริสต์
เช่นกันว่า คือความชอบธรรมของพระเจ้า
แล้วทำไมพระเจ้าทรงเลือกคนเช่นยาโคป?พระเจ้าทรงเลือกยาโคปเพราะเขาเป็นตัวแทน
ของความไม่ชอบธรรมทั้งหมดในมนุษย์พระเจ้าทรงเรียกยาโคปให้เหมาะสมเพื่อพระประสงค์
ของพระองค์ให้สอดคล้องกับพระวจนะของพระเจ้าที่ “เราถูกเลือกในพระเยซูคริสต์” การเลือก นี้ก็คือสิ่งที่มั่นคงพร้อมกับพระวจนะของความจริงที่ว่า “ชั่วเพื่อพระดำริของพระเจ้าในการทรง เลือกนั้นจะตั้งมั่นคงอยู่ ไม่ใช่ตามการประพฤติ แต่ตามที่พระองค์ทรงเรียก”
วิธีที่จะช่วยผู้มีบาปผ่านพระเยซูคริสต์ไม่ได้ทำให้ความชอบธรรมของพระเจ้าสมบูรณ์ด้วยความรักของพระองค์อย่างสมบูรณ์นี่คือกฎของการไถ่บาปที่ตั้งขึ้นเพื่อความชอบธรรมของพระ
เจ้าเพื่อผู้ไถ่บาปการวางพวกเขาในความชอบธรรมของพระองค์พระเจ้าทรงเรียกคนเช่นจาคอปผู้ที่ไม่มีความชอบธรรมส่วนตัวทั้งหมดและผู้ที่ตอบพระองค์ตอนที่พระองค์เรียกผ่านพระเยซูคริสต์
พระเจ้าทรงเรียกผู้ที่มีความชอบธรรมส่วนตัวและผู้ที่ดูเหมือนจะดีใช่ไหม ? หรือพระองค์
ทรงเรียกผู้ที่ไม่มีความชอบธรรมส่วนตัวผู้ที่เคยเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง?พระเจ้าทรงเรียกและทรงช่วยผู้มีบาปที่ถูกโยงกับนรกเพราะบาปของพวกเขาท่านจะต้องตระหนักถึงการเกิดของท่านตัว
ท่านเป็นผู้มีบาปที่มาในศักดิ์ศรีของพระเจ้า และเช่นนั้นต้องตกนรก ท่านจำเป็นต้องทราบถึงตัว ท่านเองจริงๆพระเจ้าทรงเรียกผู้มีบาปทุกคนผ่านพระเยซูคริสต์และช่วยพวกเขาในความชอบ
ธรรมของพระองค์
คนของพระเจ้าคือผู้ที่ได้รับการพิพากษาโดยเชื่อในความชอบธรรมของพระองค์พระเจ้า
ทรงให้เรียกผู้มีบาปไว้แล้วและชำระบาปของพวกเขาในพระเยซูและพระองค์ทรงกระทำในสิ่งที่
พระองค์ทรงตั้งไว้สมบูรณ์นี่คือการกำหนดไว้ล่วงหน้าและการเลือกที่ถูกต้องในพระเยซูคริสต์ที่
พระเจ้าทรงตรัสออกมา เพื่อเข้าใจความจริงของการเลือกของพระเจ้า เราต้องเข้าใจถึงพื้นฐานของ ความจริงนี้เป็นอันดับแรก
 
 
ภูมิหลังจากพันธสัญญาฉบับเก่าสู่การเลือกของพระเจ้า
 
ปฐมกาล 25:21-26 บอกเราเกี่ยวกับเรื่องของยาโคบและเอซาวในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์ของ มารดาของพวกเขาเรเบคาห์ พระเจ้าทรงเลือกยาโคบจากทั้งสองคนนั้น คาลวินอ้างคำสอนของ การคัดเลือกจากข้อความนี้แต่ในไม่ช้าเราก็จะพบว่าความเข้าใจของเขานั้นแตกต่างจากพระประ
สงค์ของพระเจ้า ซึ่งเหตุผลก็คือมนุษย์มักจะเหมือนกับเอซาวมากกว่าการเข้าใจพระเจ้า มีชีวิตอยู่ ด้วยการเชื่อในพลังของพวกเขาในขณะที่มนุษย์เหมือนกับยาโคปที่มีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อถือของพวกเขา และไว้ใจในความชอบธรรมของพระเจ้า เมื่อกล่าวว่า พระเจ้ารักยาโคปมากกว่าเอซาว มันหมายความว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์ที่เป็นเช่นยาโคปนี่คือเหตุผลที่เรา “ถูกเลือกในพระคริสต์” (เอเฟซัส 1:4)
“การเลือกโดยไม่มีเงื่อนไข”ปราศจากพระเยซูและออกจากความชอบธรรมของพระเจ้านั้นเป็นเพียงคำสอนที่ผิด ความคิดนี้คล้ายคลึงกับการเชื่อและการนำในชะตากรรมของพระเจ้า ที่กำ หนดชาวคริสเตียนไว้ แต่ความจริงบอกเราว่า พระเจ้าทรงเลือกผู้มีบาปทั้งหมด ในพระเยซูคริสต์ เพราะเพระเจ้าทรงเลือกที่จะช่วยผู้มีบาปทั้งหมด “ในพระเยซูคริสต์” การเลือกของพระองค์เป็น เพียงการเลือกเท่านั้น พระเจ้าทรงเลือกจาคอปอย่างไม่มีเงื่อนไข พระองค์? จะเป็นพระเจ้าที่ไม่ ยุติธรรมแต่พระองค์ทรงเรียกเราใน พระเยซูคริสต์และเพื่อช่วยผู้ที่พระองค์ทรงเรียก พระองค์ทรง ส่งพระเยซูมายังโลกนี้เพื่อนำบาปในโลกนี้ไปพร้อมกับบัพติสมาของพระองค์ที่ได้ทำให้ความ
ชอบธรรมของพระเจ้าสมบูรณ์และหลั่งพระโลหิตบนไม้กางเขนนี่คือวิธีที่พระเจ้าทรงเลือกและรักเราผ่านพระเยซูคริสต์
พวกเราจะต้องทิ้งความคิดที่เป็นมนุษย์  และเชื่อในพระวจนะตามพระคัมภีร์ไม่ใช่ความ
ศรัทธาตามตัวอักษรแต่ในความศรัทธาในพระวิญญาณของพวกเราเองทรงเลือเราทั้งหมดผ่านพระเยซูแต่แคลวินปฏิบัติอย่างไรต่อการเลือกของพระเจ้า?ความศรัทธาที่แท้จริงนี้คือการบูชาที่โง่เขลา
การเชื่อในความชอบธรรมของพระเจ้าผ่านพระเยซูคือระยะทางที่ชัดเจนในการเชื่อที่ผิด
พลาดของลัทธิของการกำหนดไว้เราไม่ต้องทราบและเชื่อในพระเยซูตามที่เขียนพระวจนะของ
พระเจ้าไว้เราอาจจะไม่แตกต่างไปจากสัตว์เพียงเท่านั้นเราได้รับเลือกให้เป็นบุตรของพระเจ้าโดยตรงของความชอบธรรมของพระเจ้า “ในพระเยซูคริสต์” เราควรจะตรวจสอบความศรัทธาของเรา ด้วยพื้นฐานของพระวจนะตามพระคัมภีร์
หนึ่งในห้าข้อของลัทธิแคลวินนิสต์ที่กล่าวถึง “ข้อจำกัดของการไถ่บาป” ลัทธินี้อ้างถึง มนุษย์หลายๆคนในโลกนี้ที่ถูกยกเว้นจากการไถ่บาปของพระเจ้าแต่ความรักของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ไม่ อยุติธรรมเช่นนั้น พระคัมภีร์บอกเราว่าพระเจ้า “ผู้ทรงมีพระประสงค์ ให้คนทั้งปวง รอดและให้รู้ความจริง” (1 ทิโมธี 2:4) หากพรของการไถ่บาปมีข้อจำกัดที่เห็น ชอบให้เพียงบางคน แต่ไม่อนุญาตให้คนอื่น ๆ อาจจะมีหลายคนที่ยอมแพ้ความศรัทธาในพระเยซู ของพวกเขาผู้ที่เชื่อในลัทธิที่ผิดๆเช่นนี้จะต้องกลับไปสู่ข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณและจะถูกช่วยให้รอดจากบาปของพวกเขาและได้รับชีวิตนิรันดร์โดยการรู้จักและเชื่อในพระเยซูคริสต์ว่าทรงเป็นผู้ช่วยให้รอดพระเจ้าทรงช่วยทุกคนผ่านพระเยซูคริสต์พร้อมกับความชอบธรรมของ
พระองค์
หากพระเจ้าทรงรักบางคนอย่างแท้จริง และเกลียดคนอื่นๆมนุษย์จะหันหลังไปจากพระเจ้า ตอนนี้พระเจ้าทรงเลือกผู้ที่ยืนอยู่เบื้องขวาของพระองค์สำหรับไถ่บาปและผู้ที่ยืนอยู่เบื้องซ้ายของพระองค์เพื่อต้องตกนรกไปอย่างไม่มีเหตุผลสิ่งนี้จะเป็นแค่นี้หรือ?ผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายของพระองค์จะไม่มีทางเลือก แต่จะหันไปต่อต้านพระเจ้า หากพระเจ้าทรงเป็นเช่นนี้มาก่อน ผู้ที่อยู่ในโลกนี้จะ เชื่อฟังและบูชาพระองค์เหมือนกับเป็นพระเจ้าจริงทุกคนที่พระเจ้าทรงเกลียดอย่างไม่มีเงื่อนไขจะต่อต้านและหันตัวเองไปเกลียดพระเจ้าเช่นกัน   แม้ว่าฆาตกรรมของโลกนี้กล่าวว่าจะต้องมีคุณ
ธรรมและความยุติธรรม ส่วนตัว จากนั้นผู้สร้างสรรพสิ่งของเรา จะเป็นคนไม่ยุติธรรมได้อย่างไร? และใครจะเชื่อในพระเจ้าที่ไม่ยุติธรรม?
พระบิดาของเราทรงตัดสินพระทัยช่วยผู้มีบาปทั้งหมดด้วยความชอบธรรมของพระเจ้า ที่พบในพระบุตรของพระองค์พระเยซูคริสต์นี่คือเหตุผลที่ลัทธิของข้อจำกัดของการทำให้บริสุทธิ์ของแคลวินนิสต์ไม่ได้ทำอะไรพร้อมกับความชอบธรรมของพระเจ้ายังเพราะว่าลัทธิที่ผิดพลาด
เช่นนี้มีหลายคนที่ยังคงคร่อมอยู่อยุ่งไม่เหมาะสม การเชื่อในพระเจ้าอย่างผิดๆ หรือการหันออกไป จากพระองค์ทั้งหมดนี้มาจากการเข้าใจผิดของพวกเขา
 
 
ภาพยนต์ที่ที่หลอกลวง
 
นิยายเรื่อง “เดอะ สแตนด์” ของสตีเว่นคิง ได้ทำเป็นมินิซีรี่เมื่อหลายปีก่อน ได้รับการชื่น ชมไปทั่วโลก เนื้อเรื่องของเรื่องนี้คือในช่วงปี 1991 ได้เกิดการสไตรด์ที่โหดร้ายในอเมริกา ที่มี คนเพียงไม่กี่พันคนที่รอดชีวิต ผู้ที่ “ได้รับการยกเว้น” ได้แพร่ออกไป ผู้ที่มีสัญชาติญาณในการ เชื่อฟังพระ เจ้าคือผู้ที่รอดชีวิตในขณะที่ผู้ที่มีข้อบกพร่องเป็น “คนมืด” นั้นลงไปข้างล่าง สอง กลุ่มนี้แบ่งสังคมกันใหม่ จนกลุ่มหนึ่งจะต้องทำลายซึ่งกันและกัน
ในผู้ที่รอดตายชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า สจว๊ตได้ฝันว่าจุดจบของโลกได้มาถึงแล้ว ในฝันได้ บอกเขาว่าให้ไปที่สถานที่หนึ่งเตือนเขาว่าพระเจ้าทรงเลือกเขาแล้วในภาพยนต์เรื่องนี้พระเจ้าได้
ช่วยชายหนุ่มคนนี้เพราะพระองค์ทรงกำหนดเขาก่อนทรงสร้างสรรพสิ่งแม้ว่าเมื่อเขาไม่เชื่อใน
พระเจ้าหรือพระเยซูก็ตาม
จากนั้นพระเจ้าทรงช่วยผู้ที่ไม่เชื่อในพระเยซูอย่างไม่มีเงื่อนไขไหม? ไม่อย่างแน่นอน พระ เจ้าทรงกำหนดทุกๆคนในพระเยซูคริสต์ให้ช่วยผู้ที่เชื่อในความชอบธรรมของพระองค์ให้รอดจากบาป
เนื้อเรื่องของภาพยนต์เรื่องนี้ได้สร้างตามลัทธิของการกำหนดไว้ล่วงหน้าและการเลือก
ของแคลวิน เรื่องนี้จึงเป็นเพียงเรื่องที่บอกส่วนต่างๆตามทฤษฎีเพียงเรื่องเดียว พระเจ้าทรงตัดสิน พระทัยเพียงพระองค์เดียว ทรงส่งบางคนลงนรกและทรงเลือกคนอื่นๆเพื่อการไถ่บาปได้อย่างไร? เพราะพระเจ้าทรงกำหนดและเลือกทุกๆคนผ่านพระเยซูคริสต์และไม่มีใครถูกขัดขวางจากการไถ่บาปของความชอบธรรมของพระองค์การกำหนดไว้และการเลือกของพระเจ้าโดยปราศจากพระ
เยซูคริสต์นั้นไม่มีความหมายอะไร และไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ไบเบิล มันโชคร้ายที่หลายทฤษฎี ยังคงอ้างว่าพระเจ้าทรงเลือกบางคนในขณะที่พระองค์ทรงพิสูจน์ผู้อื่นอีกครั้ง
แม้ว่าก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างสรรพสิ่งในจักรวาลพระเจ้าทรงวางแผนที่จะช่วยผู้มีบาปและทำให้พวกเขาเป็นบุตรของพระองค์ พร้อมกับความชอบธรรมของพระองค์ผ่านพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเลือกแล้ว คือ ผู้มีบาปทั้งหมด ผ่านคำสอนของพระเยซูคริสต์ ท่านเชื่ออย่างไร ละ?
ท่านเชื่อว่าพระพุทธเจ้านั่งสมาธิในป่าจะได้รับการยกเว้นจากการเลือกของพระเจ้าหรือ? ถ้าการกำหนดและการเลือกของพระเจ้านั้นไม่มีเงื่อนไขโดยปราศจากพระเยซูคริสต์จะไม่มีการ
สอนพระวจนะของพระองค์เพื่อเรา หรือไม่ก็ไม่เชื่อมัน ถ้าปราศจากผู้ช่วยให้รอด แล้วคนบางคน จะถูกช่วยให้รอดและอีกคนหนึ่งไม่รอด ผู้มีบาปไม่จำเป็นที่จะต้องเชื่อพระเยซูที่แท้จริง ว่าพระ เยซูทรงช่วยพวกเราให้รอดจากบาปผ่านบัพติสมาและพระโลหิตบนไม้กางเขนของพระองค์ใน
ตอนท้ายมันจะไม่มีความหมายเช่นกันแต่ในความชอบธรรมของพระเจ้าที่พบในพระเยซูคริสต์
พระเจ้าทรงอนุญาตให้ไถ่บาปได้แม้ในพระพุทธเจ้าผู้ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์เพียงแค่ถ้าหากพวก
เขาสำนึกผิด และกลับใจของพวกเขาไปยังพระเจ้า
มีหลายๆคนในโลกนี้มีชีวิตโดยเชื่อพระเยซู เราแบ่งพวกเขาเป็น สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอาจ จะเป็นกลุ่มแบบเอซาวอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะเป็นกลุ่มแบบยาโคปคนที่เป็นแบบยาโคปอาจจะแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้มีบาปที่จะต้องตกนรกและเช่นนั้นจึงถูกช่วยให้รอดจากบาปในการเชื่อในคำสอน
ของน้ำและพระวิญญาณที่พระเยซูประทานให้ อีกกลุ่มหนึ่งนั้นเกิดจากคนเช่นเดียวกับเอซาว ที่ พยายามเข้าในประตูสวรรค์โดยเพิ่มความพยายามของตัวเขาเองให้กับความศรัทธาในพระเยซูของพวกเขา
ท่านเป็นแบบไหน? ยาโคปหรือเอซาว? ท่านเชื่อในความชอบธรรมของพระเจ้าไหม? หรือ ท่านเชื่อในลัทธิของการกำหนดไว้ที่ผิดพลาด?ตัวเลือกของท่านระหว่างสองความศรัทธาจะต้อง
ตัดสินใจเมื่อท่านจะต้องตัดสินใจไปนรกหรือสวรรค์ท่านจะต้องทิ้งลัทธิที่ผิดๆและได้รับความ
ชอบธรรมของพระเจ้าที่ทำให้เกิดสันติด้วยพระองค์โดยการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระ
วิญญาณที่ประกาศโดยความชอบธรรมของพระเจ้าเพียงแค่ความศรัทธานี้ทำให้เราถูกนำบาปให้
พ้นไปและมีชีวิตนิรันดรที่สมบูรณ์