คำสอน

เรื่องที่ 10: วิวรณ์ (ข้อคิดเกี่ยวกับวิวรณ์)

[บทที่ 13-1] (วิวรณ์ 13:1-18) ภาวะฉุกเฉินของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์

(วิวรณ์ 13:1-18)
“และข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ที่หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้ที่หัวทั้ง หลายของมัน สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้น เหมือนเสือดาว และเท้าเหมือนเท้าหมี และปากเหมือนปากสิงโต และพญานาคได้ให้ฤทธิ์ของมัน และที่นั่งของมัน และสิทธิอำนาจอันใหญ่ยิ่งแก่สัตว์ร้ายนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นว่าหัวๆหนึ่งของสัตว์ร้ายดูเหมือนถูกฟันปางตาย แต่แผลที่ถูกฟันนั้นรักษาหายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์ใจ เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคที่ได้ให้อำ นาจแก่สัตว์ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า “ใครจะเปรียบปานสัตว์นี้ได้ และใครสามารถจะทำสงครามกับสัตว์นี้ได้” และยอมให้สัตว์ร้ายนั้นมีปากที่พูดคำกล่าวร้ายและหมิ่นประมาท และยอมให้มันใช้อำนาจกระทำอย่างนั้นตลอดสี่สิบสองเดือน มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า เพื่อหมิ่นประมาทต่อพระนามของพระองค์ ต่อพลับพลาของพระองค์ และต่อผู้ที่อยู่ในสวรรค์ และยอมให้มันทำสงครามกับพวกวิสุทธิชน และชนะเขา และให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกตระกูล ทุกภาษา และทุกประชาชาติ และบรรดาคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น คือคนทั้งปวงที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก ผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก ใครมีหูก็ให้ฟังเอาเถิด ผู้ใดที่กำหนดไว้ให้ไปเป็นเชลยผู้นั้นก็จะต้องไปเป็นเชลย ผู้ใดฆ่าเขาด้วยดาบผู้นั้นก็ต้องถูกฆ่าด้วยดาบ นี่แหละคือความอดทนและความเชื่อของพวกวิสุทธิชน และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งขึ้นมาจากแผ่นดิน มีสองเขาเหมือนลูกแกะ และพูดเหมือนพญานาค มันใช้อำนาจของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้นอย่างครบถ้วนต่อหน้าสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น มันทำให้โลกและคนที่อยู่ในโลกบูชาสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น ที่มีแผลปางตายแต่รักษาหายแล้ว สัตว์ร้ายนี้แสดงการมหัศจรรย์ใหญ่ จนกระทำให้ไฟตกลงมาจากฟ้าสู่แผ่นดินโลกประจักษ์แก่ตามนุษย์ทั้งหลาย มันล่อลวงคนทั้งหลายที่อยู่ในโลกด้วยการอัศ จรรย์นั้น ซึ่งมันมีอำนาจกระทำท่ามกลางสายตาของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น และมันสั่งให้คนทั้งหลายที่อยู่ในโลกสร้างรูปจำลองให้แก่สัตว์ร้าย ที่ถูกฟันด้วยดาบแต่ยังมีชีวิตอยู่นั้น และมันมีอำนาจที่จะให้ลมหายใจแก่รูปสัตว์นั้น เพื่อให้รูปสัตว์ร้ายนั้นทั้งพูดได้ และกระทำให้บรรดาคนที่ไม่ยอมบูชารูปสัตว์ร้ายนั้นถึงแก่ความตายได้ และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่ คนมั่งมีและคนจน ไทยและทาส ให้รับเครื่องหมายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผากของเขา เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้ นอกจากผู้ที่มีเครื่องหมายนั้น หรือชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน ในเรื่องนี้จงใช้สติปัญญา ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจก็ให้คิดตรึกตรองเลขของสัตว์ร้ายนั้น เพราะว่าเป็นเลขของบุคคลผู้หนึ่ง เลขของมันคือหกร้อยหกสิบหก.” 
 

คำอธิบาย 
 
วรรคที่ 1: และข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ที่หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้ที่หัวทั้ง หลายของมัน. 
อัครสาวกยอห์นได้เห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล พระเจ้าทรงแสดงให้เราได้เห็นว่าปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะทำอะไรเมื่อเขาเกิดขึ้นมาในโลกนี้ผ่านสัตว์ร้ายนี้ที่ยอห์นได้เห็น พระเจ้าทรงแสดงให้ยอห์นเห็นสัตว์ร้ายนี้ด้วยเจ็ดหัวและเขาทั้งสิบโดยไม่ได้บอกเราว่าสัตว์ร้ายในรูปนี้จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงและจะทำงานอยู่ในโลกนี้ แต่ทรงบอกว่าใครบางคนพร้อมด้วยอำนาจและพลังของสัตว์ร้ายนี้จะปรากฎขึ้นแล้วข่มเหงเหล่าวิสุทธิชนและทำให้ความทนทุกข์ยากออกจากพวกเขา.
แล้วสิ่งนี้หมายความว่าทุกสิ่งที่ปรากฎในวิวรณ์นั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้นหรือ? ไม่ทั้งหมดหรอก! พระเจ้าไม่สามารถที่จะเพียงเปิดเผยการปรากฎและการทำงานของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ในช่วงเวลาสุดท้ายได้แต่ทรงตรัสผ่านมโนภาพนี้ นี่เป็นปัญญาและพลังที่พระเจ้าเท่านั้นสามารถตรัสออกมาได้ เราจะต้องได้เห็นภาพที่ชัดเจนของช่วงเวลาสุดท้าย. 
สิ่งที่ยอห์นได้เห็นเป็นสิ่งแรกนั้นเป็นรูปร่างของสัตว์ร้ายที่ออกมาจากทะเล สัตว์ร้ายเจ็ดหัวสิบเขานั้นหมายถึงพลังของพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ที่มายังโลกนี้ วรรคที่ว่า “ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมง กุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้ที่หัวทั้งหลายของมัน.” หมายความว่า ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะรวมชาติต่างๆในโลกนี้เข้าด้วยกันและต่อต้านพระเจ้า มันบอกเราเช่นเดียวกันว่าเขาจะปกครองเหนือกษัตริย์ของโลก มงกุฎสิบอันหมายความถึงชัยชนะของพวกเขาและชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทบนหัวของสัตว์ร้ายนั้นหมายถึงความภาคภูมิใจของพวกเขานั่นเอง 
ในอนาคตโลกจะถูกปกครองโดยการรวมประชาชาติทั้งหลายเข้าด้วยกัน ตามระบบการปก ครองที่ไล่ตามการสนใจร่วมกันของแต่ละรัฐที่รวมเข้าด้วยกัน การรวบรวมอภิมหาอำนาจนี้เข้าด้วย กันการรวบรวมเอกลักษณ์ของหลายๆประเทศนี้จะขยายอำนาจสูงสุดและปกครองเหนือประชาชาติต่างๆในโลก และท้ายที่สุดมันจะทำภาระกิจของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์เมื่อท้ายที่สุดเขาได้เกิดขึ้นบนโลกนี้ เขาเป็นศัตรูของพระเจ้า ผู้ที่ทำงานโดยสวมพลังของซาตานและคนรับใช้ของพญามาร. 
วรรคที่ 2: สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้น เหมือนเสือดาว และเท้าเหมือนเท้าหมี และปากเหมือนปากสิงโต และพญานาคได้ให้ฤทธิ์ของมัน และที่นั่งของมัน และสิทธิอำนาจอันใหญ่ยิ่งแก่สัตว์ร้ายนั้น. 
พระวจนะนี้บอกเราถึงสิ่งที่ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะทำแก่เหล่าวิสุทธิชนและคนของโลกนี้พร้อมกับการปรากฎตัวของเขา พวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะมาและกระทำสิ่งที่โหดร้ายเช่นนั้นแก่เหล่าวิสุทธิชนก็เพราะว่าเขาได้รับอำนาจและพลังจากซาตานให้ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ สิ่งนี้ได้แสดงให้เราได้เห็นถึงวิธีที่ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะปฏิบัติต่อเหล่าวิสุทธิชนเมื่อเขาได้ปรากฎขึ้น ได้แสดงให้เห็นว่าเหล่าวิสุทธิชนจะทุกข์ทรมานแบบใดแล้วรอดมาจากพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ด้วยความทนทุกข์ยากของพวกเขา. 
พระวจนะนี้แสดงให้เราเห็นว่าพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์มีความโหดร้ายเพียงใด ประโยคที่ว่า “และเท้าเหมือนเท้าหมี” ได้ชี้ว่าพลังของเขานั้นทำลายล้างได้เพียงใด “พญานาค” ในที่นี้ก็คือทูตสวรรค์ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นแต่เดิม ผู้ที่ท้าทายพระองค์เพื่อบัลลังค์ของพระองค์ สัตว์ร้ายที่ปรา กฎในบทนี้ก็หมายถึงผู้ที่ได้รับอำนาจจากพญานาคและผู้ที่ได้ทำภารกิจของการต่อสู้กับพระเจ้าและเหล่าวิสุทธิชนของพระองค์. 
ซาตานคือทูตสวรรค์ที่ถูกขับออกจากสวรรค์ จะให้พลังและอำนาจของตนแก่ผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับพระเจ้า และจะนำเขาไปสู่ความตายโดยการทำให้เขาได้ต่อสู้กับพระเจ้าและเหล่าวิสุทธิชนของพระองค์ ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะสวมพลังของซาตาน จะกดขี่คนของพระเจ้าและมนุษยชาติทั้งหมดในอนาคต. 
วรรคที่ 3: ข้าพเจ้าได้เห็นว่าหัวๆหนึ่งของสัตว์ร้ายดูเหมือนถูกฟันปางตาย แต่แผลที่ถูกฟันนั้นรักษาหายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์ใจ. 
วรรคนี้บอกเราว่าปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะเกิดขึ้นเหมือนกับหนึ่งในกษัตริย์ทั้งเจ็ด ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ถูกเรียกว่าสัตว์ร้ายเพราะว่าเขาจะกระทำสิ่งต่างๆของสัตว์ร้ายแก่เหล่าวิสุทธิชน. 
ศัตรูของพระเจ้าและวิสุทธิชนในที่นี้จะเกิดขึ้นเหมือนกับเป็นผู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆของความตายในช่วงเวลาสุดท้ายได้ ดังนั้นหลายคนในช่วงเวลาสุดท้ายจะเชื่อเขาเพื่อให้สามารถแก้ ไขปัญหาของภัยพิบัติทั้งหมดได้ แต่เขาเป็นศัตรูของพระเจ้า เขาจะทำลายในช่วงเวลาสุดท้ายเพื่อยืนต่อต้านพระเจ้าและเหล่าวิสุทธิชนของพระองค์โดยเขาได้ทำให้ผู้คนทางโลกเป็นผู้พ่ายแพ้แก่เขา. 
วรรคที่ 4: เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคที่ได้ให้อำนาจแก่สัตว์ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า “ใครจะเปรียบปานสัตว์นี้ได้ และใครสามารถจะทำสงครามกับสัตว์นี้ได้” 
สิ่งนี้ได้บอกเราว่าพญานาคจะให้พลังทั้งหมดของเขาแก่ผู้ที่ทำสิ่งต่างๆตามสัตว์ร้าย ผู้ที่เขาจะเปลี่ยนให้เป็นคนรับใช้ของตน เพราะสิ่งนี้เองที่คนของโลกนี้อาจคิดว่าพญานาคนั้นเป็นพระเจ้า กลัวจนตัวสั่น และบูชาเขา เพราะว่าในตอนนี้ไม่มีกษัตริย์อยู่บนโลกที่จะมีพลังเชื่อที่สัตว์ร้ายนี้มี ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้จากการประกาศตัวเองว่าเป็นพระเจ้าและการเป็นพระเจ้าของตน. 
ทุกคนจะเคารพพญานาคและสัตว์ร้ายและบูชาพวกเขาดุจเป็นพระเจ้าจากการที่พญานาคได้ให้พลังอันยิ่งใหญ่ไป เมื่อปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์เข้าครอบครองพลังที่ปรากฎนั้น ผู้ที่รักความมืดมาก กว่าแสงสว่างก็จะติดตามเขา บูชาเขาดุจเป็นพระเจ้าและยกเขาให้สูงขึ้น. 
วรรคที่ 5: และยอมให้สัตว์ร้ายนั้นมีปากที่พูดคำกล่าวร้ายและหมิ่นประมาท และยอมให้มันใช้อำนาจกระทำอย่างนั้นตลอดสี่สิบสองเดือน. 
สัตว์ร้ายจะได้รับหัวใจที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจจากพญานาคและอำนาจของเขาในการกล่าวคำกล่าวร้ายเป็นเวลาสามปีหกเดือน (42 เดือน) สัตว์ร้ายจึงได้รับอำนาจในการทำอันตรายเหล่าวิสุทธิชนและผู้คนของพระวจนะนี้เป็นเวลาสามปีครึ่ง. 
สัตว์ร้ายผู้ที่เป็นพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ จะได้รับอำนาจในการกล่าวคำที่ไม่เป็นคำที่ต่อ ต้านพระเจ้าและหมิ่นประมาทคริสตจักรของพระองค์เป็นเวลาสามปีครึ่ง ผู้มีบาปทั้งหมดนี้จึงถูกล้อมรอบด้วยสัตว์ร้าย และตกลงไปสู่ความพินาศพร้อมกับสัตว์ร้ายในที่สุด. 
วรรคที่ 6: มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า เพื่อหมิ่นประมาทต่อพระนามของพระองค์ ต่อพลับพลาของพระองค์ และต่อผู้ที่อยู่ในสวรรค์. 
สัตว์ร้ายได้ที่รับอำนาจจากพญานาคจะหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า ต่อทูตสวรรค์ของพระองค์ทั้งหมดและต่อเหล่าวิสุทธิชนเป็นเวลาสามปีครึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นตามสิ่งที่พญานาคบอกเขาทำ เราจะต้องตระหนักและเชื่อว่าการกระทำของซาตานในการให้อำนาจแก่สัตว์ร้ายในการหมิ่นประ มาทพระเจ้าเป็นเวลาสามปีครึ่งนั้น จะทำได้เพียงเมื่อได้รับอนุญาตจากพระเจ้าเท่านั้น. 
ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ยังคงอยู่เพื่อหมิ่นประมาทต่อพระเจ้าและคนของพระองค์โดยพื้น ฐานปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะหมิ่นประมาทพระนามของพระเจ้าและคนของพระองค์เป็นเวลาสามปีครึ่งของความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่งโดยการได้รับอำนาจจากพญานาค. 
วรรคที่ 7: และยอมให้มันทำสงครามกับพวกวิสุทธิชน และชนะเขา และให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกตระกูล ทุกภาษา และทุกประชาชาติ. 
สัตว์ร้ายจะได้รับอำนาจในการฆ่าเหล่าวิสุทธิชนจากพญานาคและทำให้ความทนทุกข์ยากได้ออกไปจากเหล่าวิสุทธิชน และเขาจะปกครองโลกทั้งโลกเช่นกัน โดยการได้รับอำนาจอันยิ่ง ใหญ่ในการปกครองให้ทุกคนอยู่ภายใต้การครอบครองของตน. 
ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะฆ่าเหล่าวิสุทธิชน เพราะเป็นหนทางเดียวที่เขาจะปกครองโลกนี้ได้โดยการต่อสู้และเอาชนะเหล่าวิสุทธิชน ผู้อยู่เบื้องหลังของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ก็คือพญามาร ผู้เป็นทูตสวรรค์ที่ตกลงมาเพราะต้องการที่จะให้คนบูชาตนเหมือนกับพระเจ้า และเขาจะรักผู้ที่ไม่ได้เกิดใหม่ ในช่วงเวลาของความทุกข์ลำบากนี้เหล่าวิสุทธิชนจะถูกข่มเหงและทนทุกข์ยากโดยพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์. 
วรรคที่ 8: และบรรดาคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น คือคนทั้งปวงที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก ผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก. 
เมื่อพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ได้เอาชนะโลกนี้ ทุกคนยกเว้นผู้ที่ได้เกิดใหม่โดยข่าวประ เสริฐของน้ำและพระวิญญาณ นั่นคือคนทั้งหมดที่ไม่ได้เกิดใหม่จะบูชาเขาดุจเป็นพระเจ้าของตน แต่ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะบูชาเพียงผู้มีบาปผู้ที่ไม่ได้จารึกชื่อของตนไว้ในหนังสือแห่งชีวิต. 
วรรคที่ 9: ใครมีหูก็ให้ฟังเอาเถิด. 
นี่บอกเราว่าใครก็ตามที่เป็นคนของพระเจ้าจะต้องเตรียมความเชื่อของตนเพื่อทนทุกข์ยาก เพื่อให้ทุกสิ่งเหล่านี้ได้สมบูรณ์โดยแท้จริงตามที่ได้เขียนเอาไว้ในพระคัมภีร์. 
วรรคที่ 10: ผู้ใดที่กำหนดไว้ให้ไปเป็นเชลยผู้นั้นก็จะต้องไปเป็นเชลย ผู้ใดฆ่าเขาด้วยดาบผู้นั้นก็ต้องถูกฆ่าด้วยดาบ นี่แหละคือความอดทนและความเชื่อของพวกวิสุทธิชน. 
พระเจ้าตรัสว่าพระองค์จะทรงนำความตายและความทุกข์ลำบากเหมือนกันมาสู่ผู้ที่ฆ่าเหล่า วิสุทธิชนที่เกิดใหม่ในช่วงเวลาสุดท้ายด้วย วิสุทธิชนจะถูกพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และผู้ติดตามเขาในช่วงเวลาสามปีครึ่งแรกของความทนทุกข์ยากฆ่า แต่พระเจ้าจะให้ความทุกข์ลำบากและความทุกข์ทรมานมากยิ่งกว่ากลับไปให้กับผู้ที่ได้ฆ่าวิสุทธิชน ดังนั้นวิสุทธิชนทั้งหมดจะต้องรวมหัวใจของพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อเอาชนะความทุกข์ลำบากที่ยากเย็นนี้พร้อมกับความเชื่อในพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าและถวายสง่าราศีให้กับพระเจ้าโดยการยอมรับความทนทุกข์ยากของตน. 
วรรคที่ 11: และข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายอีกตัวหนึ่งขึ้นมาจากแผ่นดิน มีสองเขาเหมือนลูกแกะ และพูดเหมือนพญานาค. 
ตรงนี้เราเห็นว่ามันไม่ใช่สัตว์ร้ายตัวแรกแต่เป็นตัวที่สองสัตว์ร้ายตัวที่สองก็มีความคิดและพูดเหมือนกับพญานาค ไม่เพียงแต่เขาจะคิดว่าเขาเหมือนพญานาคเท่านั้น แต่การกระทำตามความเชื่อของตนที่ข่มเหงเหล่าวิสุทธิชนมากยิ่งกว่า สัตว์ร้ายนี้คือผู้พยากรณ์ของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์.
วรรคที่ 12: มันใช้อำนาจของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้นอย่างครบถ้วนต่อหน้าสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น มันทำให้โลกและคนที่อยู่ในโลกบูชาสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น ที่มีแผลปางตายแต่รักษาหายแล้ว. 
สัตว์ร้ายตัวที่สอง ได้รับพลังจากสัตว์ร้ายตัวแรก ได้บูชาสัตว์ร้ายตัวแรกและทำให้ทุกคนบนโลกยี้ยังคงบูชาตัวเดิมอยู่ งานของเขาก็คือทำให้ทุกคนบูชาสัตว์ร้ายตัวแรกเหมือนกับเป็นพระเจ้า เนื่องจากภาระกิจนี้ทำให้สัตว์ร้ายตัวแรกได้รับการบูชาเหมือนกับเป็นพระเจ้าของทุกคน นี่คือสาระ สำคัญและความจริงของตัวซาตาน. 
วรรคที่ 13: สัตว์ร้ายนี้ แสดงการมหัศจรรย์ใหญ่ จนกระทำให้ไฟตกลงมาจากฟ้าสู่แผ่นดินโลกประจักษ์แก่ตามนุษย์ทั้งหลาย. 
ตามที่ซาตานได้แสดงการมหัศจรรย์ใหญ่บนโลกนี้ให้ประจักษ์แก่สายตามนุษย์ เขาก็จึงหลอกลวงมนุษย์ได้ เขาจึงมีพลังในการทำให้ไฟตกลงมาจากฟ้าสู่แผ่นดินโลกได้. 
วรรคที่ 14: มันล่อลวงคนทั้งหลายที่อยู่ในโลกด้วยการอัศจรรย์นั้น ซึ่งมันมีอำนาจกระทำท่ามกลางสายตาของสัตว์ร้ายตัวเดิมนั้น และมันสั่งให้คนทั้งหลายที่อยู่ในโลกสร้างรูปจำลองให้แก่สัตว์ร้าย ที่ถูกฟันด้วยดาบแต่ยังมีชีวิตอยู่นั้น. 
แต่ซาตานจะเปิดเผยธาตุแท้ของตนให้ได้เห็นในท้ายที่สุด สิ่งที่เขาต้องการที่จะทำก็คือการขโมยหัวใจของผู้คนที่เชื่อในพระเจ้าให้ไปบูชาเขาแทน การได้รับสิ่งนี้เขาจะกระทำการมหัศจรรย์หลายๆสิ่งต่อหน้ามนุษย์และฆ่าคนของพระเจ้า นั่นก็คือการทำให้เขาได้บรรลุวัตถุประสงค์สุดท้ายของตนในการได้เป็นเหมือนกับพระเจ้า เขาจึงพยายามที่จะปีนขึ้นไปสู่สถานที่ของพระเจ้า ดังนั้นเขาจึงสร้างรูปจำลองให้แก่สัตว์ร้ายตัวแรกและทำให้ผู้คนได้บูชาตนเหมือนกับพระเจ้า. 
วรรคที่ 15: และมันมีอำนาจที่จะให้ลมหายใจแก่รูปสัตว์นั้น เพื่อให้รูปสัตว์ร้ายนั้นทั้งพูดได้ และกระทำให้บรรดาคนที่ไม่ยอมบูชารูปสัตว์ร้ายนั้นถึงแก่ความตายได้. 
ตามที่มีอุปสรรคใหญ่ในการทำให้ตนได้รับการเคารพดุจเป็นพระเจ้าจากคนของพระเจ้า ซาตานจะทำการกำจัดพวกเขา ดังนั้นเขาจึงฆ่าผู้ที่ไม่ได้บูชารูปสัตว์ร้ายโดย แต่เหล่าวิสุทธิชนจะไม่ยอมแพ้ต่อสัตว์ร้ายนี้ ดังนั้น เหล่าวิสุทธิชนมากมายนับไม่ถ้วนมีความประสงค์ที่จะยอมรับความทนทุกข์ยากของตนเพื่อความเชื่อของตัวเองในเวลานี้โดยการมองดูที่ชีวิตหลังความตายของตน พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดและการลงโทษของไฟนรกอันเป็นนิรันดร์ให้กับปฏิปักษ์ต่อพระคริสตร์เพราะเขาได้นำความทุกข์ทรมานใหญ่หลวงมาให้เหล่าวิสุทธิชน. 
วรรคที่ 16–17: และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่ คนมั่งมีและคนจน ไทยและทาส ให้รับเครื่องหมายไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผากของเขา เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้ นอก จากผู้ที่มีเครื่องหมายนั้น หรือชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน. 
ในช่วงสูงสุดของความทุกข์ลำบาก ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะถามถึงเครื่องหมายที่มือขวาหรือที่หน้าผากของคนทั้งปวง เพื่อที่ทำให้แน่ใจว่าทุกๆคนได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา เครื่อง หมายนี้คือเครื่องหมายของสัตว์ร้าย ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะบีบบังคับผู้คนให้ได้รับเครื่องหมายนี้เพื่อทำให้พวกเขาเป็นคนรับใช้ของตน.
ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จึงทำแผนการทางการเมืองของเขาเพื่อยึดให้ผู้คนได้มีชีวิตที่แหมือนกับตน ดังนั้นเขาจึงทำให้มันเป็นไปได้สำหรับทุกคนผู้ที่ไม่มีเครื่องหมายของสัตว์ร้ายได้ซื้อหรือขายได้ในการยืนยันว่าเขาหรือเธอได้สวามิภักดิ์ต่อตนเอง เครื่องหมายนี้คือชื่อของสัตว์ร้ายหรือเลขชื่อของมัน เมื่อสัตว์ร้ายได้มาถึงโลกนี้ในอนาคต ทุกคนจะต้องการได้รับเครื่องหมายของเขาที่เป็นชื่อหรือเลขของมัน ดังนั้นเราจะต้องจดจำไว้เสมอถึงการเตือนของพระเจ้าต่อผู้ที่ได้รับเครื่องหมายนี้ว่าจะถูกทิ้งลงไปยังบึงไฟและกำมะถัน. 
วรรคที่ 18: ในเรื่องนี้จงใช้สติปัญญา ถ้าผู้ใดมีความเข้าใจก็ให้คิดตรึกตรองเลขของสัตว์ร้ายนั้น เพราะว่าเป็นเลขของบุคคลผู้หนึ่ง เลขของมันคือหกร้อยหกสิบหก.
เลขของสัตว์ร้ายก็คือเลข 666 นี่ก็หมายความว่าสัตว์ร้ายคือคือพระเจ้า มันมีเลขที่ระบุว่า “บุคคลผู้หนึ่งเป็นพระเจ้า” ไหม? เลขที่มีความหมายเช่นนั้นคือเลขของพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ ดังนั้นเหล่าวิสุทธิชนไม่สามารถได้รับเครื่องหมายนี้ได้ เพราะมีเพียงพระเจ้าองค์สามเท่านั้นที่ทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงของเรา เหล่าวิสุทธิชนจะต้องเอาชนะซาตานด้วยความเชื่อของตนในพระผู้เป็นเจ้าและถวายสง่าราศีให้กับพระเจ้า นี่คือความเชื่อที่ดีที่สุดและการบูชาที่ดีที่สุดที่เหล่าวิสุทธิชนสามารถถวายสง่าราศีให้กับพระผู้เป็นเจ้าได้ เรามาเอาชนะความเชื่อของเรา. 
 

การอธิบายของประโยคสำคัญ 
 
หัวข้อของบทที่ 13 ก็คือการปรากฎของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และซาตาน ที่การปรากฎตัวนี้เหล่าวิสุทธิชนจะเข้าร่วมในกองทัพทางจิตวิญญาณ ที่พวกเขาไม่มีทางเลือกแต่จะทนทุกข์ยากโดยพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ พวกเขาเป็นคนรับใช้ของซาตาน เป็นผู้ที่จะข่มเหงเหล่าวิสุทธิชนและทำให้พวกเขาได้ทนทุกข์ยาก. 
ในการมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ของคริสเตียนและผู้ที่ไม่ใช่คริสเตียนจะต้องรู้จักพระวจนะของวิวรณ์ วิวรณ์บทที่ 13 ทำนายว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อซาตานได้รับการเคารพดุจจากพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ ซาตานจะให้อำนาจอันยิ่งใหญ่แก่ผู้นำของโลกที่มีกำลังทางการเมืองและทำให้เขาได้ต่อสู้กับพระเจ้าและเหล่าวิสุทธิชนของพระองค์ ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะทำให้ตนได้รับการบูชาดุจพระเจ้าและเผชิญหน้ากับพระองค์. 
ทุกคนรวมทั้งคนของพระเจ้า จะทุกข์ทรมานอย่างใหญ่ยิ่งจากความทุกลำบากและการข่มเหงที่ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์นำมา ข้อความหลักได้บอกเราว่ารูปของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ได้รับลมหายใจของชีวิตจากซาตาน จะพูดเหมือนกับว่าตนมีชีวิตเช่นเดียวกับการได้รับอำนาจให้ทำอันตรายแก่ผู้คน คนทั้งหลายที่ไม่ได้เกิดใหม่จึงยอมแพ้ต่อพวกเขาและเป็นคนรับใช้ของเขา อีกนัยหนึ่งคนทั้งหลายที่ไม่ได้บูชารูปซาตานก็จะถูกฆ่าโดยไม่ต้องสงสัยว่าพวกเขามีมากเพียงเท่าใด ซาตานก็จะทำให้ทุกคนได้รับเครื่องหมายหรือเลขของเขาบนมือขวาหรือหน้าผากของพวกเขาเช่นกัน. 
เราต้องเตรียมความเชื่อของเราไว้และต่อสู้และเอาชนะซาตานด้วยความเชื่อของเราโดยการเข้าใจและเชื่อในความหมายของพระวจนะที่เผยเอาไว้ในวิวรณ์บทที่ 13 นี้ คนของพระเจ้าในปัจจุ บันนี้จะต้องถวายพระสิริต่อพระผู้เป็นเจ้าโดยการเรียนรู้และเชื่อในพระวจนะวิวรณ์นี้และต่อสู้กับพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์อย่างมั่นคงและเอาชนะเขาให้ได้. 
 

แหล่งกำเนิดของนรก 
 
อันดับแรกเราจะต้องทราบว่าทำไมจะต้องมีนรกและทำไมมันยังคงมีอยู่ นรกคือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับซาตาน พระคัมภีร์ไบเบิ้ลบอกเราว่าเขาไม่ได้เป็นซาตานตั้งแต่ตอนแรก แต่เป็นหนึ่งในทูตสวรรค์ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น แต่ด้วยการท้าทายพระเจ้าด้วยความภูมิใจในตัวเอง ทูตสวรรค์นี้ได้เป็นซาตาน ตามราคาของบาปของเขา และนรกจึงเป็นที่ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นเพื่อขังเขา พระเจ้าทรงสร้างนรกให้ซาตานและผู้ที่ติดตามเขาเพื่อลงโทษผู้ที่ยังคงต่อต้านพระองค์. 
อิสยาห์ 14:12–15 อธิบายถึงวิธีที่ทูตสวรรค์นี้ได้กลายไปเป็นซาตานว่า: “โอ ลูซีเฟอร์เอ๋ย โอรสแห่งรุ่งอรุณ เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้กระ ทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า ‘ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์ ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้า ณ เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน ณ ด้านทิศเหนือ ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด’ แต่เจ้าจะถูกนำลงมาสู่นรก ยังที่ลึกของปากแดน.” 
ทูตสวรรค์นี้เป็นผู้ที่ต่อต้านพระเจ้าในสวรรค์ อยากได้พระที่นั่งของพระเจ้า การได้เห็นว่าทรงอยู่เหนือเขา เขาอยากจะให้พระเจ้าทรงออกมาและนั่งบนพระที่นั่งของพระองค์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกพระเจ้าขับออกจากสวรรค์ และท้ายที่สุดก็มาเป็นซาตาน พระคัมภีร์ไบเบิ้ลจึงได้บอกเช่นกันว่าทูตสวรรค์ที่ติดตามซาตานในการก่อกบฏนี้คือปีศาจร้าย. 
พระเจ้าทรงสร้างสถานที่ที่เรียกว่า “นรก” เพื่อให้ยอมจำนนต่อการลงโทษของการต่อต้านพระองค์ เมื่อข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณได้ประกาศออกไปสู่ทุกคน ดูเหมือนว่าซาตานได้ท้าทายพระเจ้าอย่างไม่มีสิ้นสุดและดูหมิ่นพันธกิจของพระองค์ ท้ายที่สุดเขาจึงถูกโยนลงไปยังเหวที่ไม่มีก้นเหวเป็นพันๆปี. 
เนื่องจากโดยพื้นฐานแล้วซาตานไม่ได้กลับใจใหม่ในความผิดบาปที่เขาได้ต่อต้านพระเจ้า เขายังคงพยายามที่จะยกตนให้สูงเสมอพระเจ้า เขาจึงสิ้นสุดลงด้วยการได้รับการลงโทษอันน่ากลัวของนรกอย่างเป็นนิรันดร์ กระทั่งในท้ายที่สุดซาตานยังคงต่อต้านพระเจ้าและคนชอบธรรมโดยทำให้ผู้คนเคารพเขา พระคัมภีร์ไบเบิ้ลเรียกทูตสวรรค์ที่ตกลงมานี้ว่าผู้ที่หมิ่นประมาทพระเจ้าและเหล่าวิสุทธิชนของพระองค์ ว่าซาตาน หรือพญามารและพญานาคหรืองูดึกดำบรรพ์. (วิวรณ์ 12:9)
 

666 เลขของสัตว์ร้าย 
 
ท้ายที่สุดพระเจ้าทรงหลอกให้ซาตานติดคุกของพระองค์ แต่ก่อนที่เขาจะถูกขังอยู่ในนรก ซาตานจะทำให้ผู้คนได้รับเครื่องหมายเลข 666ที่เป็นชื่อและเลขของเขาเสียก่อนบนมือขวาหรือที่หน้าผากของพวกเขา เขาจะขัดขวางทุกคนที่ไม่มีเครื่องหมายนี้จากการซื้อขายใดๆด้วย. 
เลข 7 คือเลขของความสมบูรณ์ที่ได้บอกไว้จากพระเจ้า อีกนัยหนึ่ง เลข 6 มีความหมายโดย นัยถึงมนุษย์เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาในวันที่หกตามมโนภาพของพระองค์หมายเลขของ สัตว์ร้าย 666 ในที่นี้ก็ได้เปิดเผยถึงความภาคภูมิใจของมนุษย์ที่พยายามที่จะเป็นเหมือนพระเจ้าองค์สาม เวลาที่ผู้คนในโลกนี้จะได้รับเครื่องหมายของเลข 666 นั้นอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก. 
วิวรณ์ 13:1 บอกว่ากษัตริย์ทั้งเจ็ดจะเกิดขึ้นจากสิบประชาชาติ หนึ่งในนั้นจะมีพลังอันยิ่ง ใหญ่ที่ได้รับจากซาตาน และจะทำให้โลกนี้อยู่ภายใต้การปกครองของเขา เขาจะทำให้ผู้คนของโลกนี้ติดตามเขาโดยการกระทำการมหัศจรรย์ต่างๆเช่นการรักษาบาดแผลและการนำไฟลงมาจากฟ้า. 
อีกนัยหนึ่ง หลายคนก็จะสิ้นสุดลงด้วยการบูชาเขาดุจพระเจ้าตามที่ซาตานได้ทำให้ผู้คนเชื่อตามเขามากกว่าพระเจ้า พวกปฏิปักษ์พระคริสต์จะเกิดขึ้นดุจเป็นพระเอกของช่วงเวลาที่ทีปัญหานี้ จากการได้รับอำนาจอันยิ่งใหญ่จากซาตาน ก็จะค้นหาและไล่ดุจพระเจ้าโดยการแก้ไขปัญหาอันยุ่ง ยากทางเศรษฐกิจ การเมืองที่โลกจะเผชิญ ท้ายสุดซาตานก็จะเปิดเผยธาตุแท้ของตนโดยการพยายามที่จะท้าทายพระเจ้าโดยตรงในช่วงเวลาสุดท้าย. 
ตามที่เราเห็นได้จากดาเนียลว่าความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่งจะรุนแรงอย่างถึงที่สุดเมื่อมันได้เข้าถึงจุดสิ้นสุดของครึ่งเวลาแรก ซึ่งมันจะเป็นเวลา สามปีครึ่ง ที่เป็นภัยพิบัติที่น่ากลัวและกำลังของซาตานก็จะเข้าครอบครอง แต่เมื่อสิ้นช่วงเวลาสามปีครึ่งแรกนี้แล้ว สิ่งที่จะตามมาก็จะเป็นทอร์นาโดของความทุกข์ลำบากอันยิ่งใหญ่ ในเวลานี้เอง ซาตานจะให้อำนาจในการทำภาระกิจของเขาแก่ผู้คนของโลกนี้โดยการฆ่าทุกคนที่ไม่เชื่อฟังเขา, หลอกลวงพวกเขาด้วยการมหัศจรรย์ที่นำไฟจากฟ้ามายังแผ่นดินโลก, ทำให้พวกเขาบูชาตนเอง และทำให้พวกเขาหมิ่นประมาทต่อต้านพระเจ้า.
ในเวลาเดียวกันพวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ที่ได้รับอำนาจจากซาตานจะหมิ่นประมาทเหล่าวิสุทธิชนและฆ่าพวกเขาที่ไม่เชื่อฟังตน ตามที่วรรคที่ 7–8 บอกเราว่า 7 “และยอมให้มันทำสง ครามกับพวกวิสุทธิชน และชนะเขา และให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกตระกูล ทุกภาษา และทุกประ ชาชาติ 7.” อย่างไรก็ตามก็มีผู้ที่ปฏิเสธที่จะบูชาสัตว์ร้ายในเวลานี้ ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้ที่เกิดใหม่ของพระเจ้า ที่มีชื่อถูกจารึกเอาไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกนั่นเอง. 
 

เหตุการณ์ของการทนทุกข์ยาก 
 
การทนทุกข์ยากคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเหล่าวิสุทธิชนผู้ที่ได้เกิดใหม่โดยการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณได้ปกป้องความเชื่อของตนในพระผู้เป็นเจ้าโดยการปฏิเสธเครื่อง หมายของซาตาน การทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่สมบูรณ์ในช่วงสามปีครึ่งแรกที่ใกล้เข้ามา แล้ว ในเวลานี้ความเชื่อของคนชอบธรรมจะต้องพร้อมสำหรับความทนทุกข์ยากของตน. 
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนทั้งหลายเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นผู้ช่วยให้รอดแต่ไม่ได้เชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณและไม่ได้รับการยกความผิดบาปและยังคงมีบาปอยู่ในหัวใจของตน จะสิ้นสุดลงข้างเดียวกันกับซาตานโดยการได้รับหมายเลขของเขาลงบนมือขวาหรือหน้าผากของเขาและบูชาเขาดุจพระเจ้าในท้ายที่สุด. 
เราจะต้องทราบอย่างชัดเจนว่าผู้ที่ไม่บูชาซาตานในช่วงเวลานี้จะมีเพียงผู้ที่ได้รับการยกความผิดบาปของตนเท่านั้น เราจะต้องตระหนักเช่นกันว่าพระเจ้าทรงบอกเราอย่างชัดเจนว่าพระ องค์จะทรงโยนผู้ที่ยอมแพ้ต่อสัตว์ร้ายทิ้งลงไปสู่บึงไฟและกำมะถันพร้อมกับซาตาน. 
วรรคที่ 9–10 บอกเราว่า “ใครมีหูก็ให้ฟังเอาเถิดผู้ใดที่กำหนดไว้ให้ไปเป็นเชลยผู้นั้นก็จะต้องไปเป็นเชลย ผู้ใดฆ่าเขาด้วยดาบผู้นั้นก็ต้องถูกฆ่าด้วยดาบ นี่แหละคือความอดทนและความเชื่อของพวกวิสุทธิชน.” ในเวลานี้ พวกปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และผู้ติดตามเขาจะสร้างความข่มเหงอย่างใหญ่โตต่อผู้ชอบธรรม และขายพวกเขาและนำความตายไปสู่พวกเขาด้วยดาบของตน สิ่งที่เราจะต้องตระหนักเอาไว้อย่างชัดเจนในที่นี้ก็คือว่าอย่างไรก็ตาม พระเจ้าจะทรงแก้แค้นเราผู้ที่เป็นศัตรูที่ข่มเหงและฆ่าคนชอบธรรม. 
ดังนั้น เหล่าวิสุทธิชนจะต้องไปผ่านการถูกข่มเหลงและความตายของตนให้ได้โดยการเชื่อในข่าวประเสริฐของพันธสัญญาของพระเจ้า หากพระเจ้าไม่นำการแก้แค้นของพระองค์มาสู่ศัตรูของเราแล้วเราจะสามารถปิดตาในความรู้สึกท้อแท้ของการพิพากษาของเราได้อย่างไร? แต่ตามสัญ ญาของพระเจ้าต่อเราในการแก้แค้นศัตรูที่ทำอันตรายเรา ความตายของเราก็จะไม่ไร้ประโยชน์ พระเจ้าจะทรงแก้แค้นผู้ที่ทรมานและควบคุมคนชอบธรรมอย่างแน่นอนและนำคนชอบธรรมไปสู่การฟื้นขึ้นมาจากความตาย, การปลื้มปีติ และงานเลี้ยงแต่งงานของพระเมษโปดกของพวกเขา แล้วก็ทำให้พวกเขาได้ครอบครองพร้อมกับพระผู้เป็นเจ้าเป็นเวลาพันปี และมีชีวิตอยู่พร้อมกับพระองค์เป็นนิรันดร์ เราทั้งหมดเชื่อในสิ่งนี้และมีความหวังเพื่อมัน ดังนั้นพระผู้เป็นเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าที่ดีที่สุดผู้ทรงทำให้ความหวังของเราสมบูรณ์.