คำสอน

เรื่องที่ 10: วิวรณ์ (ข้อคิดเกี่ยวกับวิวรณ์)

[บทที่ 14-2] (วิวรณ์ 14:1-20) เหล่าวิสุทธิชนควรจะตอบโต้ต่อการปรากฎของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ได้อย่างไร?

(วิวรณ์ 14:1-20)
 
ในการเอาชนะปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ในตอนที่เขาจะปรากฎขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เหล่าวิสุทธิชนจะต้องเตรียมตัวเองเพื่อทนทุกข์ยากด้วยความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าของตน ในการทำเช่นนั้น พวกเขาต้องทราบเป็นอย่00างดีในแผนการชั่วร้ายที่ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะนำมาสู่โลกนี้ ซาตานจะพยายามที่จะทำลายความเชื่อของคริสเตียนโดยการทำให้ผู้คนได้รับเครื่องหมายหรือชื่อของเขา. 
เหตุผลที่เขาพยายามทำลายความเชื่อของคริสเตียนก็เพราะว่าจากการต่อต้านพระเจ้าและนำ เอาความเชื่อของคนชอบธรรมลงมา เขาค้นหาวิธีการขัดขวางผู้คนจากการได้รับการยกความผิดบาปของพวกเขาผ่านข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะเปลี่ยนผู้คนให้ไปเป็นคนรับใช้ของเขาและทำให้พวกเขาต่อต้านพระเจ้า สำหรับสิ่งนี้ ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และผู้ติด ตามของเขาผู้ที่ยังคงอยู่บนโลกนี้ได้รับการลงโทษและภัยพิบัติอันใหญ่ยิ่ง. 
คนชอบธรรมจะต้องมีชีวิตของความเชื่อของตนด้วยความเข้าใจอย่างชัดเจนในภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดที่พระเจ้าจะทรงเทลงมายังศัตรูของพวกเขา ตามที่พระเจ้าตรัสไว้ใน พระราชบัญญัติ 32:35 ว่า “การแก้แค้นและการตอบสนองเป็นของเรา.” พระองค์จะทรงแก้แค้นในการให้การตายแก่บุตรของพระองค์ ดังนั้นเราจะต้องปกป้องความเชื่อของเราและมีชีวิตของชัยชนะ มากกว่าการให้ความโกรธมาครอบงำและการกระทำที่ไร้ผล เหล่าวิสุทธิชนจะต้องต่อสู้กับปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ โดยการเชื่อในความจริงที่ว่าพระเจ้าจะทรงทำลายคนทั้งหลายทุกคนที่ยังคงอยู่บนโลกนี้หลังจากการทนทุกข์ยากของพวกเขา.
พระวจนะของความจริงที่จะต้องไม่ลืม 
สิ่งที่ผู้ที่ได้รับการยกความผิดบาปของตนจะต้องจดจำก็คือว่ามีเพียงเหล่าวิสุทธิชนผู้ไม่มีความผิดบาปจะฟื้นขึ้นมาจากความตายและปลื้มปีติหลังจากทนทุกข์ยากจากปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ได้ไม่นาน เมื่อวันของการปรากฎตัวของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และการทนทุกข์ยากของเหล่าวิสุทธิชนมาถึง เราก็จะต้องไม่ลืมว่าคำสัญญาของพระเจ้าทั้งหมดจะสมบูรณ์. 
จากวรรคที่ 14 พระวจนะของพระเจ้าในบทที่ 14 สอนเราว่าการปลื้มปีติจะมาถึงเหล่าวิสุท ธิชนอย่างแน่นอน และสอนเราว่าเวลาของการปลื้มปีตินั้นเกิดขึ้นทันทีหลังจากการทนทุกข์ยาก. 
เราต้องไม่ลืมว่าการฟื้นขึ้นมาจากความตายและการปลื้มปีติของเราจะมาถึงหลังจากซาตานได้ทำให้ผู้คนได้รับเครื่องหมายของเขา พระพรของการฟื้นขึ้นมาจากความตายและการปลื้มปีติรอคอยพวกเขาอยู่ เพราะคนชอบธรรมนั้นได้ทนทุกข์ยากจากปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ คนชอบธรรมจะยอมรับการทนทุกข์ยากอันบริสุทธิ์ของตนเพื่อปกป้องความเชื่อของพวกเขาในเวลานี้ เพราะพวกเขาจะปฏิเสธที่จะได้รับเครื่องหมายของซาตาน คนชอบธรรมที่ทนทุกข์ยากจะได้รับรางวัลของตนตามความเหนื่อยยากของพวกเขาบนโลกนี้ และสง่าราศีของพระเจ้าก็จะเพิ่มให้แก่พวกเขา. 
จะต้องไม่เสียใจ ไม่โกรธเคือง เมื่อท่านได้เห็นว่า เหล่าวิสุทธิชนผู้ติดตามหรือคนรับใช้ที่ใกล้ชิดท่านได้ทนทุกข์ยากเพื่อปกป้องความเชื่อของตน เหล่าวิสุทธิชนทั้งหมดจะต้องขอบคุณพระเจ้าในความจริงและถวายสง่าราศีให้แก่พระองค์ที่ยอมให้พวกเขาได้ทนทุกข์ยากเพื่อปกป้องความเชื่อของตน เพราะหลังจากการทนทุกข์ยากไม่นานพวกเขาก็จะฟื้นขึ้นมาจากความตายในร่างกายที่บริสุทธิ์และปลื้มปีติจากพระผู้เป็นเจ้า.
 

อะไรคือภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดที่ได้เตรียมไว้สำหรับผู้ที่ต่อต้านพระเจ้า? 
 
วรรคที่ 19 กล่าวว่า “ทูตสวรรค์นั้นก็ตวัดเคียวบนแผ่นดินโลก และเก็บเกี่ยวผลองุ่นแห่งแผ่นดินโลกและขว้างลงไปในบ่อย่ำองุ่นอันใหญ่แห่งพระพิโรธของพระเจ้า.” คนทั้งหลายที่มักจะยืนต่อต้านความรักของพระองค์นั้นก็ถูกกำหนดแล้วว่าต้องได้รับภัยพิบัติอันน่ากลัวของพระองค์หลังจากการทนทุกข์ยากของเหล่าวิสุทธิชน เพราะในขณะที่อยู่บนโลกนี้ พวกเขาได้ปฏิเสธที่จะยอมรับข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้เข้าสู่หัวใจของพวกเขา และต่อต้านมันแทน ทั้งหมดนี้คือผู้ที่เป็นศัตรูของพระเจ้าโดยการไม่เชื่อในความรอดของพระเยซู คริสต์ ผู้เสด็จมาโดยพระโลหิตของพระองค์และน้ำเพื่อช่วยพวกเขาให้รอดจากความผิดบาป ไม่เพียงแต่ภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดที่พระเจ้าทรงเทลงมาให้เท่านั้นที่พวกเขาจะได้รับ แต่พวกเขายังต้องได้รับภัยพิบัติของการลงโทษที่น่ากลัวของนรกอย่างเป็นนิรันดร์ด้วย. 
ทั้งหมดนี้เป็นภัยพิบัติทั้งเจ็ดที่พระเจ้าจะทรงนำมาสู่ผู้ที่ไม่ได้ปลื้มปีติจากพระเจ้า หลังจากการทนทุกข์ยากของเหล่าวิสุทธิชน พระเจ้าจะทรงเทภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้อย่างไร้ความปราณีให้กับผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการปลื้มปีติ และยังคงอยู่บนโลกนี้เพื่อเป็นทาสของซาตานและยังคงหมิ่นประมาทต่อต้านสง่าราศีของพระเจ้า. 
แล้วทำไมพระเจ้าทรงทำให้คนชอบธรรมต้องทนทุกข์ยาก? เพราะว่าพระองค์ไม่สามารถที่จะเทภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดลงมาเมื่อเวลามาถึงแก่ คนชอบธรรมที่ยังคงอยู่บนโลกนี้พร้อมกับผู้ที่ยังไม่ได้เกิดใหม่ และเนื่องจากพระเจ้าทรงรักคนชอบธรรม พระองค์ก็ทรงอนุญาตให้พวกเขาทนทุกข์ยากเพื่อว่าพวกเขาจะร่วมในสง่าราศีของพระองค์ นี่คือเหตุผลที่พระเจ้าจะทรงให้คนชอบธรรมทนทุกข์ยากก่อนที่จะปล่อยภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดลงมา และพระองค์จะทรงเทภัยพิบัติเหล่านี้ลงมาบนโลกหลังจากคนชอบธรรมทนทุกข์ยาก ก็จะการฟื้นขึ้นมาจากความตายและการปลื้มปีติ ภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดเหล่านี้เป็นภัยพิบัติสุดท้ายที่พระเจ้าจะทรงนำลงมาสู่มนุษยชาติบนโลกนี้. 
 

อาณาจักรพันปีและอำนาจของเหล่าวิสุทธิชน 
 
ยุคของอาณาจักรพันปีจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จลงมายังโลกนี้อีกครั้งพร้อมกับเหล่าวิสุทธิชนของพระองค์ มัทธิว 5:5 บอกเราว่า “ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก.” พระวจนะของเพลงสดุดี 37:29 กล่าวว่า “คนชอบธรรมจะได้แผ่นดินตกไปเป็นมรดก” ก็จะสมบูรณ์เมื่อพระผู้เป็นเจ้าเสด็จกลับมายังโลกนี้พร้อมกับเหล่าวิสุทธิชน. 
ดังนั้นเมื่อพระผู้เป็นเจ้าเสด็จลงมายังโลกนี้พร้อมกับเหล่าวิสุทธิชน พระองค์ก็จะประทานอำนาจให้พวกเขาในการทำให้โลกนี้เป็นของพวกเขา ในเวลานี้ พระองค์จะประทานอำนาจให้พวกเขาในการครอบครองสิบนคร และเพิ่มอีกห้านคร พระผู้เป็นเจ้าจะทรงสร้างโลกใหม่และทุกๆสิ่งในโลกเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา และทำให้เหล่าวิสุทธิชนครอบครองพร้อมกับพระองค์เป็นเวลาพันปี. 
แล้วอะไรคือความหวังที่คนชอบธรรมของยุคนี้จะต้องมี? พวกเขาต้องมีความหวังเพื่อวันที่จะได้สร้างอาณาจักรของพระคริสต์บนโลกนี้ เมื่ออาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้ามาถึงโลกนี้ สันติสุข ความยินดี และพระพรที่ไหลเวียนจากการครอบครองของพวกเขาก็จะเริ่มต้นขึ้นในท้ายที่สุด เราจะไม่ขาดแคลนสิ่งใด แต่มีชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์ภายใต้การปกครองของพระผู้เป็นเจ้า. 
เมื่ออาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าได้มาถึงโลกนี้ ความหวังและความฝันทั้งหมดของคนชอบธรรมจะสมบูรณ์หลังจากอยู่บนโลกนี้ครบพันปีแล้วจากนั้นคนชอบธรรมก็จะเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ ในทางตรงกันข้ามผู้ที่ต่อต้านพระเจ้าก็จะถูกขว้างลงไปสู่บึงไฟและกำมะถันอย่างเป็นนิรันดร์ แล้วทุกข์ทรมานอยู่ชั่วนิรันดร์และไม่มีวันและคืนเหลืออยู่เลย. 
ดังนั้นคนชอบธรรมจะต้องมีชีวิตอยู่ในความหวังเพื่อรอคอยวันของพระผู้เป็นเจ้า คนชอบธรรมทั้งหมดจะต้องไม่ลืมว่าการทนทุกข์ยาก การฟื้นขึ้นมาจากความตาย การปลื้มปีติ และชีวิตนิรันดร์จะเป็นของพวกเขาทั้งหมด รักษาพระวจนะของความจริงและความหวังที่ท่านได้ยินมาไว้ในหัวใจของท่านและรักษามันไว้ให้มั่นคง. 
จนกระทั่งถึงวันของการเสด็จกลับของพระผู้เป็นเจ้า คนชอบธรรมก็จะประกาศข่าวประ เสริฐของน้ำและพระวิญญาณและให้ความหวังของพวกเขาไว้ในอาณาจักรสวรรค์ คนชอบธรรมมีอำนาจในการมีชีวิตอยู่ในอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเป็นนิรันดร์ และมีอำนาจในการประกาศข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณออกไปสู่โลกนี้. 
 

สิ่งที่เหล่าวิสุทธิชนที่อยู่ในยุคมืดนี้จะต้องทำคืออะไร? 
 
นี่ค่อนข้างจะชัดเจนว่ายุคนี้คือยุคของความมืดและก็ยากที่จะดำรงชีวิตอยู่ให้รอดได้ ดังนั้นเราจะต้องประกาศข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณออกไปสู่ผู้มีบาปและให้การดูแลพวกเขา คนชอบธรรมจะต้องเผยแพร่ความรักของพระเจ้าและการยกความผิดบาปของพวกเขาออกไปทั่วโลกผ่านข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระเยซูทรงประทานมาให้ นี่คือสิ่งที่คนชอบธรรมจะต้องทำในตอนนี้. 
หากพวกเขาได้สูญเสียโอกาสในปัจจุบันนี้ไปแล้ว มันก็จะไม่มีทางกลับมาหาพวกเขาอีก เราจะต้องประกาศข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณออกไปมากขึ้น และรักษาจิตวิญญาณที่สูญ เสียทั้งหลายด้วยอาณาจักรของพระเจ้า เพราะช่วงเวลาสุดท้ายของโลกนี้อยู่ไม่ห่างไกลนัก นี่คือสิ่งที่ดีที่คนชอบธรรมควรจะทำ. 
ในโลกปัจจุบันนี้ มีหลายคนที่ไม่มีพระวจนะของข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณอ้างว่าเชื่อในพระเยซูและมีชีวิตอยู่เพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้า แต่คนทั้งหลายที่มีชีวิตทางศาสนาของตนโดยไม่มีความจริงแท้นั้นคือผู้พยากรณ์จอมปลอม คนโกหกเหล่านี้เป็นคนหลอกลวงที่หาประโยชน์ทางวัตถุเข้าตัวเองเท่านั้นโดยอ้างพระนามของพระเยซู. 
ดังนั้นเราจึงสงสารผู้ที่พยายามที่จะมีชีวิตของความเชื่อของตนในขณะที่ถูกผู้พยากรณ์จอม ปลอมเหล่านี้หลอก คริสเตียนเหล่านี้ยังคงเป็นผู้มีบาปอยู่และมีชีวิตอยู่ภายใต้การสาปแช่งของพระบัญญัติของพระเจ้า มีชีวิตในความเชื่อโดยไม่มีข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ แต่ยังคงอ้างว่าพวกเขาเชื่อในพระเยซู แต่พวกเขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในความผิดบาป เพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าหากพวกเขาเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณแล้วบาปทั้งหมดของพวกเขาตจะหายไปแท้ จริงและทำให้มันหายไปดุจหิมะ และพระวิญญาณบริสุทธ์ก็จะมาเป็นของประทานให้แก่พวกเขา. 
แต่ในทางตรงกันข้าม คนรับใช้ของพระเจ้าผู้ที่เชื่อและประกาศข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณก็มีชีวิตอยู่ในสันติสุข คนรับใช้ของพระเจ้าและคนของพระองค์รื่นเริงยินดีในข่าวประ เสริฐของน้ำและพระวิญญาณ พวกเขายืนยันว่า “จากการรับเอาความผิดบาปไปไว้ที่พระองค์เพียงครั้งเดียวด้วยบัพติศมาที่ทรงได้รับจากยอห์น และจากการได้รับการพิพากษาเพื่อความผิดบาปเหล่า นี้บนไม้กางเขน พระผู้เป็นเจ้า พระเยซู ทรงทำให้ความผิดบาปทั้งหมดของโลกนี้หายไป เมื่อข้าพระ องค์เชื่อในความรอดของการยกความผิดบาปนี้ บาปทั้งหมดของข้าพระองค์ที่ได้แบกรับอยู่นี้ได้หาย ไป ตอนนี้ข้าพระองค์เป็นคนชอบธรรมแล้ว” 
เหล่าวิสุทธิชนในคริสตจักรของพระเจ้าได้ถวายสง่าราศีให้แก่พระเจ้าด้วยคำพยานนี้ คนทั้งหลายที่มีความเชื่อนี้ก็มีความหวังในสวรรค์ของพวกเขาในท้ายที่สุด 
 

การฟื้นขึ้นมาจากความตายคือเหตุการณ์ที่รักษาไว้เพื่อเหล่าวิสุทธิชน 
 
พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมายังโลกนี้ในไม่ช้า อีกไม่นานบางคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะเกิดขึ้นและประทับไว้ที่มือขวาและหน้าผากของหลายๆคนพร้อมกับเครื่องหมายของเขา เมื่อเวลานี้มาถึงท่านควรจะตระหนักว่าการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู, การทนทุกข์ยากของเหล่าวิสุทธิชน, การฟื้นขึ้นมาจากความตาย และการปลื้มปีติ นั้นใกล้จะมาถึงท่านแล้ว เมื่อวันเวลาเช่นนั้นมาถึง ท่านควรจะตระหนักว่ามันเป็นวันของความปีติยินดีสำหรับเหล่าวิสุทธิชน แต่สำหรับผู้มีบาปที่ไม่ได้เกิดใหม่แล้วนั้นเป็นวันของการพิพากษาความผิดบาปของพวกเขา. 
เหล่าวิสุทธิชนทั้งหมดจะฟื้นขึ้นมาจากความตายหลังการทนทุกข์ยากของตน และจากนั้นก็ร่วมในงานเลี้ยงแต่งงานของพระเมฆโปดกพร้อมพระผู้เป็นเจ้า เมื่อท่านและผู้เขียนทนทุกข์ยากในเวลานี้ ร่างกายของเราก็จะฟื้นขึ้นมาจากความตายและปลื้มปีติในไม่ช้า มันไม่สำคัญว่าอะไรอาจจะเกิดขึ้นแก่ร่างกายของวิสุทธิชนผู้ที่ไปก่อนเรา ไม่ว่าร่างกายของพวกเขาได้กลายไปเป็นฝุ่นผงหรือ ไม่ หรืออาจจะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย เมื่อเวลานี้มาถึงเหล่าววิสุทธิชนจะฟื้นขึ้นมาจากความตายโดยไม่ใช่ในร่างกายที่อ่อนแอของปัจจุบัน และในร่างกายที่สมบูรณ์ คนชอบธรรมจะฟื้นขึ้นมาจากความตายในร่างกายบริสุทธิ์ในเวลานี้ และมีชีวิตอยู่พร้อมกับพระผู้เป็นเจ้าอย่างเป็นนิรันดร์. 
แม้ว่าเมื่อช่วงเวลายากลำบากที่รอคอยเราอยู่มาถึง เมื่อปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์เกิดขึ้นและข่ม เหงเรา เราจะต้องปกป้องความเชื่อของเราในพระเยซู คริสต์โดยการเชื่อในพระวจนะของพระเจ้าที่ตอนนี้เราได้ฟังมัน เราจะต้องไม่ลืมเช่นกันว่าเนื่องจากท่านและผู้เขียนที่ได้เชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณจะได้เข้าร่วมในการทนทุกข์ยากของเหล่าวิสุทธิชน ในการฟื้นขึ้นมาจากความตายและการปลื้มปีติของพวกเขาด้วย. 
ตอนนี้ท่านจะต้องไม่ห่างออกไปจากความเชื่อของความจริงนี้ และมีชีวิตของความเชื่อที่ต่อสู้และเอาชนะปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ จนกระทั่งวันนี้มาถึง เราต้องรักษาพระวจนะของพระเจ้าและติดตามพระผู้เป็นเจ้าในความเชื่อพร้อมกับเหล่าผู้ที่รอดก่อนเราโดยการเชื่อในความจริงนี้. 
 

แม้แต่ตอนนี้ก็ยังมีคนโกหกที่กำลังหลอกลวงผู้คนอยู่ 
 
ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนในตอนนี้ได้สอนความเชื่อที่ผิดเหมือนกับเป็นคนรับใช้ของซาตาน มีคนโกหกหลายคนที่พยายามสอนคำสอนของการปลื้มปีติก่อนความทุกข์ยากไปสู่สมาชิกของพวกเขา โดยพยายามที่จะทำให้พวกเขาเชื่อว่าพวกเขาทำอะไรไม่ได้กับความทุกลำบากใหญ่ยิ่งทั้งเจ็ดปี. 
ในทางตรงกันข้าม พระคัมภีร์ไบเบิ้ลยืนยันแก่เราอย่างชัดเจนว่า การทนทุกข์ยากของเหล่าวิสุทธิชนและการปลื้มปีติจะมาถึงเมื่อผ่านช่วงเวลาสามปีครึ่งของความทุกข์ยากไปนิดเดียว เราต้องไม่ถูกหลอกเรามารู้จักและเชื่อว่าเมื่อช่วงเวลาสามปีครึ่งแรกของช่วงเวลาเจ็ดปีของความทุกข์ลำบาก ใหญ่ยิ่งได้ผ่านเราไป เราทั้งหมดก็จะทนทุกข์ยาก และหกลังจากนั้นไม่นานก็จะฟื้นจากความตายและปลื้มปีติโดยทันที. 
ดังนั้นท่านจะต้องอยู่ให้ห่างจากผู้พยากรณ์จอมปลอมที่สอนว่าพวกเขาจะทำอะไรไม่ได้กับความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่งของช่วงเวลาเจ็ดปี เหล่าวิสุทธิชนที่แท้จริงเชื่อว่า การทนทุกข์ยากของพวกเขา การฟื้นจากความตายและการปลื้มปีติ และงานเลี้ยงแต่งงานของพระเมฆโปดกจะเกิดขึ้นหลัง จากผ่านช่วงเวลาสามปีครึ่งแรกของความทุกข์ยากเพียงไม่นาน. 
 

แล้วตอนนี้เราทั้งหมดควรจะอยู่อย่างไร? 
 
ตอนนี้ท่านควรจะตระหนักว่าหากใครก็ตามที่เชื่อในพระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นผู้ช่วยให้รอด นั่นคือพระผู้เป็นเจ้าผู้เสด็จมายังโลกนี้ ได้รับเอาความผิดบาปของโลกนี้ไปพร้อมกับบัพติศมาของพระ องค์ที่ทรงรับจากยอห์นทรงหลั่งพระโลหิตบนไม้กางเขน และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว พระ วิญญาณบริสุทธิ์ก็จะมาสู่หัวใจของผู้ที่เชื่อดุจเป็นของประทาน. 
ท่านจะต้องฟังด้วยหูของท่านและเชื่อด้วยหัวใจของท่านถึงสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสแก่ท่านผ่านคริสตจักรของพระเจ้า และสถิตในความเชื่อของท่านในพระเจ้า เหล่าวิสุทธิชนทั้งหมดจะต้องมีความเชื่อที่นำโดยคริสตจักรของพระเจ้า ไม่มีใครสามารถประกาศข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณหรือรักษาหรือรับใช้มันได้ด้วยตัวเอง นี่คือเหตุผลที่คริสตจักรของพระเจ้ามีความ สำคัญอย่างยิ่งแม้แต่เพื่อเหล่าวิสุทธิชนผู้ที่ได้เกิดใหม่แล้ว.
ดังนั้นพระเจ้าทรงสร้างคริสตจักรของพระองค์และคนรับใช้ของพระองค์ขึ้นมาบนโลกนี้ พันธกิจของพระเจ้าจึงล้ำค่าและสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาสุดท้ายที่ใกล้เราเข้ามา และดังนั้นผู้เขียนจึงอธิษฐานและหวังว่าท่านจะมีชีวิตที่สมบูรณ์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตามที่ช่วงเวลาสุดท้ายที่ใกล้เข้ามาแล้วนั้นคนชอบธรรมจะต้องเหนื่อยยากให้มากขึ้นและมาร่วมอธิษฐาน ดูแลและช่วย เหลือกันและกัน และมีชีวิตเพื่อพระผู้เป็นเจ้ารวมกันเป็นหัวใจดวงเดียวกันและมีวัตถุประสงค์เดียวกัน. 
พระเจ้าทรงยอมให้ความทนทุกข์ยาก การเป็นขึ้นมาจากความตาย การปลื้มปีติ และชีวิตนิรันดร์แก่เหล่าวิสุทธิชน เราทั้งหมดมามีชีวิตของความเชื่อที่ต่อสู้และเอาชนะปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าด้วยความมั่นใจ ฮาเลลูยา!