คำสอน

เรื่องที่ 10: วิวรณ์ (ข้อคิดเกี่ยวกับวิวรณ์)

[บทที่ 16-1] (วิวรณ์ 16:1-21) จุดเริ่มต้นของภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ด

(วิวรณ์ 16:1-21)

“แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากพระวิหาร สั่งทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดองค์นั้นว่า ‘จงไปเถิด เอาขันทั้งเจ็ดใบ ที่เต็มไปด้วยพระพิโรธของพระเจ้า เทลงบนแผ่นดินโลก’ ทูตสวรรค์องค์แรกจึงออกไปและเทขันของตนลงบนแผ่นดินโลก และคนทั้งหลายที่มีเครื่องหมายของสัตว์ร้าย และบูชารูปของมัน ก็เกิดเป็นแผลร้ายที่เป็นหนองมีทุกข์เวทนาแสนสาหัส ทูตสวรรค์องค์ที่สองก็เทขันของตนลงในทะเล และทะเลก็กลายเป็นเหมือนเลือดของคนตาย และบรรดาสิ่งที่มีชีวิตอยู่ในทะเลนั้นก็ตายหมดสิ้น ทูตสวรรค์องค์ที่สามเทขันของตนลงที่แม่น้ำและบ่อน้ำพุทั้งปวง และน้ำเหล่านั้นก็กลายเป็นเลือด และข้าพเจ้าได้ยินทูตสวรรค์แห่งน้ำร้องว่า 
‘โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า 
ผู้ดำรงอยู่บัดนี้ และผู้ได้ทรงดำรงอยู่ในกาลก่อน และผู้จะทรงดำรงอยู่ในอนาคต 
พระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม เพราะพระองค์ทรงพิพากษาอย่างนั้น 
เพราะเขาทั้งหลายได้กระทำให้โลหิตของพวกวิสุทธิชนและของพวกศาสดาพยากรณ์ไหลออก 
และพระองค์ได้ประทานโลหิตให้เขาดื่ม 
ด้วยเขาทั้งหลายก็สมควรอยู่แล้ว’ 
และข้าพเจ้าได้ยินทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งซึ่งอยู่ที่แท่นบูชาร้องว่า ‘จริงอย่างนั้น พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด การพิพากษาของพระองค์เที่ยงตรงและชอบธรรมแล้ว’
ทูตสวรรค์องค์ที่สี่เทขันของตนลงที่ดวงอาทิตย์ และทรงให้อำนาจแก่ดวงอาทิตย์นั้นที่จะคลอกมนุษย์ด้วยไฟ ความร้อนแรงกล้าได้คลอกคนทั้งหลาย และพวกเขาพูดหมิ่นประมาทพระนามของพระเจ้า ผู้ซึ่งมีฤทธิ์เหนือภัยพิบัติเหล่านั้น และพวกเขาไม่ได้กลับใจและไม่ได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ ทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเทขันของตนลงบนที่นั่งของสัตว์ร้ายนั้น และอาณาจักรของมันก็มืดไป คนเหล่านั้นได้กัดลิ้นของตนด้วยความเจ็บปวด และพูดหมิ่นประมาทพระเจ้าแห่งสวรรค์ เพราะความเจ็บปวดและเพราะแผลที่มีหนองตามตัวของเขา แต่เขาไม่ได้กลับใจเสียใหม่จากการประพฤติของตน ทูตสวรรค์องค์ที่หกเทขันของตนลงที่แม่น้ำใหญ่ คือแม่น้ำยูเฟรติส ทำให้น้ำในแม่น้ำนั้นแห้งไป เพื่อเตรียมมรรคาไว้สำหรับบรรดากษัตริย์ที่มาจากทิศตะวันออก และข้าพเจ้าเห็นผีโสโครกสามตนรูปร่างคล้ายกบออกมาจากปากพญานาค และออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น และออกจากปากของผู้พยากรณ์เท็จ ด้วยว่าผีเหล่านั้นเป็นผีร้ายกระทำการอัศจรรย์ มันออกไปหากษัตริย์ทั้งปวงแห่งแผ่นดินโลกคือทั่วพิภพ เพื่อให้บรรดากษัตริย์เหล่านั้นร่วมกันทำสงครามในวันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ‘จงดูเถิด เราจะมาเหมือนขโมย ผู้ที่เฝ้าระวังให้ดีและรักษาเสื้อผ้าของตนจะเป็นสุข เกลือกว่าผู้นั้นจะเดินเปลือยกาย และคนทั้งหลายจะได้เห็นความน่าละอายของเขา’ และมันให้เขาทั้งหลายชุมนุมที่ตำบลหนึ่ง ซึ่งภาษาฮีบรูเรียกว่า อารมาเกดโดน ทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดได้เทขันของตนลงในอากาศ และมีพระสุรเสียงดังออกมาจากพระที่นั่งในพระวิหารแห่งสวรรค์ว่า ‘สำเร็จแล้ว’ และเกิดมีเสียงต่างๆ มีฟ้าร้อง มีฟ้าแลบ และเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งตั้งแต่มีมนุษย์เกิดมาบนแผ่นดินโลก ไม่เคยมีแผ่นดินไหวร้ายแรงและยิ่งใหญ่เช่นนี้เลย มหานครนั้นก็แยกออกเป็นสามส่วน และบ้านเมืองของนานาประชาชาติก็ล่มจม มหานครบาบิโลนนั้นก็อยู่ในความทรงจำต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพื่อจะให้นครนั้นดื่มถ้วยเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธอันใหญ่หลวงของพระองค์ และบรรดาเกาะต่างๆก็หนีหายไป และภูเขาทั้งหลายก็ไม่มีผู้ใดพบ และมีลูบเห็บใหญ่ตกลงมาจากฟ้าถูกคนทั้งปวง แต่ละก้อนหนักประมาณห้าสิบกิโลกรัม คนทั้งหลายจึงพูดหมิ่นประมาทพระเจ้าเพราะภัยพิบัติที่เกิดจากลูกเห็บนั้น เพราะว่าภัยพิบัติจากลูกเห็บนั้นร้ายแรงยิ่งนัก.”
 

คำอธิบาย 
 
วรรคที่ 1: แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากพระวิหาร สั่งทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดองค์นั้นว่า “จงไปเถิด เอาขันทั้งเจ็ดใบ ที่เต็มไปด้วยพระพิโรธของพระเจ้า เทลงบนแผ่นดินโลก.” 
พระเจ้าทรงนำพระพิโรธของพระองค์มาสู่คนรับใช้ของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และผู้คนของเขาผู้ที่นังคงอยู่บนโลกนี้ สรรพสิ่งทั้งหมดและมนุษย์จะถูกกวาดไปโดยพายุของพระพิโรธของพระเจ้าที่ระเบิดหลังจากหลายๆปีของความอดทนของพระองค์ และพวกเขาจะทุกข์ทรมานจากภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่ที่จะแก้แค้นผ่านปีที่เหลือของภัยพิบัติใหญ่ยิ่ง ในเวลานี้ โลกนี้ก็จะเต็มไปด้วยเถ้าถ่านที่มันเกิดจากซากปรักหักพัง และถูกทำลายไปเป็นผุยผง. 
วิวรณ์บทที่ 16 คือบทภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดได้เทลงมา คนทั้งหลายที่ไม่รู้จักและไม่เชื่อในข่าวประเสริฐที่ร่วมเป็นพยานของความรอดที่จะถูกทำลายด้วยภัยพิบัติทั้งหลายเหล่านี้จนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายที่จะยอมให้ยกพวกเขาขึ้นไปบนฟ้าอากาศโดยพระผู้เป็นเจ้านั่นคือข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ. 
วรรคที่ 2: ทูตสวรรค์องค์แรกจึงออกไปและเทขันของตนลงบนแผ่นดินโลก และคนทั้งหลายที่มีเครื่องหมายของสัตว์ร้าย และบูชารูปของมัน ก็เกิดเป็นแผลร้ายที่เป็นหนองมีทุกข์เวทนาแสนสาหัส. 
ภัยพิบัติของแผลร้ายที่เป็นหนองที่มีทุกข์เวทนาแสนสาหัส พระเจ้าจะทรงเทผ่านทูตสวรรค์ของพระองค์จะลงมาสู่ผู้ที่ได้รับเครื่องหมายของสัตว์ร้าย ภัยพิบัตินี้จะทำให้เกิดโรคร้ายทางผิวหนังอย่างไม่น่าเชื่อที่จะสร้างความเจ็บปวดบนผิวหนังอย่างรวดเร็ว ผิวหนังของผู้ที่ติดเชื้อก็จะเป็นหนอง มันจะเจ็บปวดทรมานเพียงใดเมื่อผิวหนังเจ็บปวดทรมานจากภัยพิบัติของแผลร้ายที่เป็นหนองจนตาย? แต่พระเจ้าจะไม่เพียงแต่ทรงเทภัยพิบัติของแผลร้ายที่เป็นหนองลงมาแก่ผู้ที่ได้รับเครื่องหมายของสัตว์ร้ายเท่านั้น แต่พระองค์จะทรงเทภัยพิบัติลงมาอีกเจ็ดอย่างหลังจากนั้น ดังนั้นทุกคนจะต้องหาวิธีที่จะหลบหนีจากภัยพิบัติเหล่านี้ในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ และหลีกเลี่ยงภัยพิบัติอันน่ากลัวนี้โดยการเชื่อในข่าวประเสริฐเสียแต่ตอนนี้เลย. 
พระผู้เป็นเจ้าทรงกล่าวว่า พระองค์จะทรงเทภับพิบัติลงมาอีกหกอย่างกับผู้ที่นมัสการสัตว์ร้ายและรูปของเขา อะไรคือบาปที่พระเจ้าทรงเกลียดมากที่สุด? บาปนี้คือการสร้างรูปของบางสิ่งหรือบางคนที่ไม่ใช่พระเจ้า แล้วเคารพเขาเหมือนพระเจ้า และยอมแพ้ต่อพวกเขา ดังนั้นเราจะต้องทราบอย่างแท้จริงว่าพระผู้เป็นเจ้าของเราและพระเยซู คริสต์ทรงเป็นผู้ใด และเชื่อและนมัสการพระเยซู คริสต์ ไม่มีอะไรในจักรวาลนี้มากกว่าพระผู้เป็นเจ้าของเราเองที่จะทรงเป็นพระเจ้าของเราได้. 
หากท่านต้องการที่จะหลีกเลี่ยงภัยพิบัติของแผลร้ายที่เป็นหนองลงมาและเพิ่มอีกหกภัยพิบัติ ให้เรียนรู้และเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระเจ้าประทานมาให้ ผู้คนมาก มายนับไม่ถ้วนผู้ที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพระเจ้าอยู่ทุกวัน และผู้ที่ปฏิเสธที่จะเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณจะทุกทรมานต่อภัยพิบัติเหล่านี้จนกระทั่งพวกเขาถูกทำลายอย่างถึงที่สุด. 
วรรคที่ 3: ทูตสวรรค์องค์ที่สองก็เทขันของตนลงในทะเล และทะเลก็กลายเป็นเหมือนเลือดของคนตาย และบรรดาสิ่งที่มีชีวิตอยู่ในทะเลนั้นก็ตายหมดสิ้น. 
ภัยพิบัติที่สองก็คือการที่ทะเลกลายไปเป็นเลือดของความตาย พระเจ้าจะทรงฆ่าสรรพสิ่งทั้งหมดในทะเลด้วยภัยพิบัตินี้ จากภัยพิบัติของขันที่สองที่พระเจ้าทรงเทลงมานี้ ทะเลก็จะถูกทำลายไปและสรรพสิ่งทั้งหมดก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในทะเลนั้นได้ ดังนั้นก็จะไม่มีใครที่จะสามารถกินผลผลิตต่างๆจากทะเลได้เมื่อพระเจ้าทรงนำภัยพิบัติที่สองนี้มา พระเจ้าจะทรงทำให้มันปรากฎแจ้งว่าพระองค์ทรงมีชีวิตอยู่และทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าเหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงผ่านภัยพิบัติที่สองนี้. 
ภัยพิบัติที่สองคือการพิพากษาของพระเจ้าที่ทรงแก้แค้นทุกคนในโลกนี้ที่น้อมศีรษะให้กับรูปของสัตว์ร้าย เป็นศัตรูของพระเจ้าและทำให้เหล่าวิสุทธิชนต้องหลั่งเลือดมากกว่าที่จะนมัสการพระผู้เป็นเจ้า ภัยพิบัติของขันที่สองนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว พระเจ้าทรงแสดงให้เราได้เห็นว่าพระองค์จะทรงนำเอาความมั่งคั่งของธรรมชาติออกไปจากผู้ที่ไม่ขอบพระคุณพระผู้เป็นเจ้าเพราะพระเจ้าทรงสร้างทุกๆสิ่ง. 
วรรคที่ 4–7: ทูตสวรรค์องค์ที่สามเทขันของตนลงที่แม่น้ำและบ่อน้ำพุทั้งปวงและน้ำเหล่า นั้นก็กลายเป็นเลือด และข้าพเจ้าได้ยินทูตสวรรค์แห่งน้ำร้องว่า “โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ดำรงอยู่บัดนี้ และผู้ได้ทรงดำรงอยู่ในกาลก่อน และผู้จะทรงดำรงอยู่ในอนาคต พระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม เพราะพระองค์ทรงพิพากษาอย่างนั้น เพราะเขาทั้งหลายได้กระทำให้โลหิตของพวกวิสุทธิชนและของพวกศาสดาพยากรณ์ไหลออก และพระองค์ได้ประทานโลหิตให้เขาดื่ม ด้วยเขาทั้งหลายก็สมควรอยู่แล้ว.” และข้าพเจ้าได้ยินทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งซึ่งอยู่ที่แท่นบูชาร้องว่า “จริงอย่างนั้น พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด การพิพากษาของพระองค์เที่ยงตรงและชอบธรรมแล้ว.” 
ภัยพิบัติที่สามที่จะเปลี่ยนให้แม่น้ำและบ่อน้ำพุทั้งปวงกลายไปเป็นสีเลือดนั้นก็เป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่น่ากลัวอย่างแท้จริงภัยพิบัตินี้มาถึงดุจการลงโทษบาปต่อทุกคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าจะเปลี่ยนบ่อน้ำพุให้เป็นเลือดและทำให้มันไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ พระเจ้าจะทรงเปลี่ยนบ่อน้ำ พุและแม่น้ำบนโลกนี้ไปเป็นเลือด ภัยพิบัตินี้คือการพิพากษาที่แก้แค้นผู้คนของโลกนี้เป็นราคาและการลงโทษของการยืนต่อสู้กับพระเจ้า ผู้ประทานแม่น้ำและรากแห่งชีวิตให้กับพวกเขา. 
เหตุผลที่พระเจ้าทรงนำภัยพิบัตินี้มาสู่ผู้ที่เป็นศัตรูกับพระองค์ก็เพราะว่าพวกเขาได้ฆ่าเหล่าวิสุทธิชนและผู้พยากรณ์ของพระองค์ในขณะที่ยังอยู่บนโลกนี้ พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่ปฏิเสธที่จะเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้า แต่ยืนเป็นศัตรูกับพระองค์โดยร่วมมือกับปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์. 
คนทั้งหลายที่เป็นศัตรูต่อความรักของพระเจ้าในโลกนี้ที่ถูกเอาชนะโดยพลังของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะข่มเหงและฆ่าเหล่าวิสุทธิชนอันเป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้าและคนรับใช้ของพระ องค์ ในตอนนี้คนทั้งหลายที่ไม่เชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานมาให้เราเพื่อปลดปล่อยผู้คนของโลกนี้ออกจากความผิดบาปของโลกนี้ จะฆ่าเหล่าวิสุทธิชนทั้งหลายและศาสดาพยากรณ์ของช่วงเวลาสุดท้ายและจะหลั่งโลหิตของพวกเขา ดังนั้นพระเจ้าจะทรงเทภัยพิบัติที่สามลงบนโลกนี้ที่ศัตรูของพระองค์ดำรงชีวิตอยู่ เปลี่ยนน้ำ ซึ่งเป็นรากแห่งชีวิตให้เป็นเลือดและทำลายมัน. 
นี่คือการพิพากษาของพระเจ้าและเหล่าวิสุทธิชนจะรื่นเริ่งยินดีบนฟ้าอากาศเพื่อมัน ทำไม? เพราะว่าด้วยการพิพากษาอันชอบธรรมของพระองค์ที่ทรงแก้แค้นต่อศัตรูผู้ที่ฆ่าเหล่าวิสุทธิชน พระเจ้าจะทรงลงโทษความตายของเหล่าวิสุทธิชนให้กับพวกเขา ดังนั้นเหล่าวิสุทธิชนและคนรับใช้ของพระเจ้าจะต้องไม่กลัว แต่ให้ปกป้องความเชื่อของพวกเขาในองค์พระผู้เป็นเจ้าแทน และมองดูที่คำสัญญาของพระเจ้าและฤทธาของพระองค์เมื่อพวกเขาเผชิญกับความทุกข์ลำบากของตน. 
วรรคที่ 8–9: ทูตสวรรค์องค์ที่สี่เทขันของตนลงที่ดวงอาทิตย์ และทรงให้อำนาจแก่ดวงอา ทิตย์นั้นที่จะคลอกมนุษย์ด้วยไฟ ความร้อนแรงกล้าได้คลอกคนทั้งหลาย และพวกเขาพูดหมิ่นประ มาทพระนามของพระเจ้า ผู้ซึ่งมีฤทธิ์เหนือภัยพิบัติเหล่านั้น และพวกเขาไม่ได้กลับใจและไม่ได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์. 
ตามที่ทูตสวรรค์องค์ที่สี่ได้เทภัยพิบัติของขันที่สี่ลงที่ดวงอาทิตย์ ผู้คนก็จะถูกเผาจนตายจากความร้อน พระเจ้าจะทรงนำภัยพิบัติของความร้อนจากดวงอาทิตย์คลอกผู้ที่เป็นศัตรูกับพระองค์ เพราะวิถีโคจรของโลกนี้โคจรอยู่รอบๆดวงอาทิตย์อย่างแม่นยำ หากโลกนี้ได้เบี่ยงเบนออกไปจากวิถีโคจรและเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากไปยิ่งขึ้นคนที่อาศัยอยู่ในโลกก็จะถูกเผาไหม้จนตาย ดังนั้นเมื่อภัยพิบัติที่สี่นี้ถูกเทลงมา ผู้คนยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกจะทุกข์ทรมานจากการถูกเผาไหม้. 
พวกเขายังไม่กลับใจใหม่ในความผิดบาปของการเป็นศัตรูกับพระเจ้า ทำไม? เพราะว่าด้วยการต่อสู้กับข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ พวกเขาจึงถูกกำหนดให้ต้องถูกทำลาย ดังนั้นทุกคนจะต้องเตรียมความเชื่อของตนที่สามารถยอมให้พวกเขาหลบหนีออกจากพระพิโรธของพระเจ้าได้โดยทันที ความเชื่อนี้คือการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณว่าเป็นความรอดของตน ทุกคนจะต้องเชื่อในความจริงของน้ำและพระวิญญาณ. 
วรรคที่ 10–11: ทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเทขันของตนลงบนที่นั่งของสัตว์ร้ายนั้น และอาณา จักรของมันก็มืดไป คนเหล่านั้นได้กัดลิ้นของตนด้วยความเจ็บปวด และพูดหมิ่นประมาทพระเจ้าแห่งสวรรค์ เพราะความเจ็บปวดและเพราะแผลที่มีหนองตามตัวของเขา แต่เขาไม่ได้กลับใจเสียใหม่จากการประพฤติของตน. 
ภัยพิบัติของขันที่ห้าคือหนึ่งในภัยพิบัติที่นำเอาความมืดและความเจ็บปวดมา พระเจ้าจะทรงเทภัยพิบัติของขันที่ห้าลงมาบนที่นั่งของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์และนำเอาภัยพิบัติของความมืดและความเจ็บปวดลงมา จากภัยพิบัตินี้ ผู้คนจะกัดลิ้นตัวเองเพราะความเจ็บปวดและทรมาน พระเจ้าจะทรงให้ความมั่นใจที่จะแก้แค้นความเจ็บปวดของเหล่าวิสุทธิชนด้วยความเจ็บปวดถึงสองครั้ง. 
พระเจ้าจะทรงทำให้พวกเขาทรมานให้มากเท่าที่สุดเหมือนกับที่เหล่าวิสุทธิชนทุกข์ทรมานมาก่อน และพวกเขายังหมิ่นประมาทพระเจ้าและไม่กลับใจใหม่แม้ว่าพวกเขาจะต้องเจ็บ ปวดก็ตาม ดังนั้นพวกเขาจึงต้องได้รับการลงโทษอันเป็นนิรันดร์ของนรกที่เผาไหม้ด้วยไฟและกำมะถัน. 
วรรคที่ 12: ทูตสวรรค์องค์ที่หกเทขันของตนลงที่แม่น้ำใหญ่ คือแม่น้ำยูเฟรติส ทำให้น้ำในแม่น้ำนั้นแห้งไป เพื่อเตรียมมรรคาไว้สำหรับบรรดากษัตริย์ที่มาจากทิศตะวันออก. 
ภัยพิบัติของขันที่หกที่ถูกเทลงมาจากพระเจ้าคือภัยพิบัติของความอดอยากที่จะทำให้แม่น้ำยูเฟรติสแห้งไป มนุษยชาติจะเผชิญกับความทุกข์ทรมานอันยิ่งใหญ่จากภัยพิบัตินี้ ภัยพิบัติของความอดอยากนั้นเป็นภัยพิบัติที่น่าหวาดกลัวที่สุดในชีวิตของทุกๆคน ภัยพิบัตินี้ที่จะเทลงบนผู้ที่ปฏิเสธข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้ แสดงให้เราได้เห็นถึงวิธีลง โทษอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่ได้ปฏิเสธความรักของพระเจ้าและต่อต้านพระองค์ จากนั้นกองทัพของสวรรค์ของพระเจ้าและกองทัพของซาตานบนโลกนี้จะจ่ายค่าจ้างของการสู้รบสุดท้ายบนสนามรบนี้ ซาตานและผู้ติดตามของเขาจะถูกจับตัวและถูกทำลายโดยพระเจ้า. 
วรรคที่ 13: และข้าพเจ้าเห็นผีโสโครกสามตนรูปร่างคล้ายกบออกมาจากปากพญานาค และออกจากปากสัตว์ร้ายนั้น และออกจากปากของผู้พยากรณ์เท็จ 
วรรคนี้แสดงให้เราได้เห็นว่าการทำงานของจิตวิญญาณที่ไม่สะอาดทั้งหมดและปีศาจร้ายที่กำเนิดขึ้นจากปากของซาตาน สัตว์ร้ายของเขา และจากปากของผู้พยากรณ์เท็จ และปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ โลกในช่วงเวลาสุดท้ายจะเป็นโลกของปีศาจร้าย แต่โลกของพวกเขาจะนำมาสู่มันพร้อมกับภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดที่ถูกเทลงมาโดยพระเยซู คริสต์และการเสด็จมาของพระองค์. 
วรรคที่ 14: ด้วยว่าผีเหล่านั้นเป็นผีร้ายกระทำการอัศจรรย์ มันออกไปหากษัตริย์ทั้งปวงแห่งแผ่นดินโลกคือทั่วพิภพ เพื่อให้บรรดากษัตริย์เหล่านั้นร่วมกันทำสงครามในวันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด. 
จิตวิญญาณของปีศาจจะกระตุ้นกษัตริย์ทั้งปวงทั่วพิภพให้ร่วมกันในที่ที่หนึ่งเพื่อทำสง ครามกับพระเจ้า ในโลกของช่วงเวลาสุดท้าย หัวใจของทุกๆคนจะถูกปกครองโดยจิตวิญญาณของปีศาจร้าย ดังนั้นเขาหรือเธอจะเปลี่ยนไปสู่คนรับใช้ของซาตานโดยการทำภารกิจของปีศาจร้าย. 
วรรคที่ 15: “จงดูเถิด เราจะมาเหมือนขโมย ผู้ที่เฝ้าระวังให้ดีและรักษาเสื้อผ้าของตนจะเป็นสุข เกลือกว่าผู้นั้นจะเดินเปลือยกาย และคนทั้งหลายจะได้เห็นความน่าละอายของเขา.” 
พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาโลกนี้เหมือนขโมย และผู้ที่ปกป้องความเชื่อของตนและประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์ไปจนกระทั่งการเทภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดที่เป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่ พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงบอกเราว่าเหล่าวิสุทธิชนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาสุดท้ายของโลกนี้ที่พวกเขาต้องมีชีวิตอยู่ในความเชื่อของพวกเขาในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาให้และปกป้องความเชื่อของตนจนถึงวันสุดท้าย คนทั้งหลายที่ปกป้องความเชื่อของตนในพระผู้เป็นเจ้าก่อนการเทภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดลงมาจะได้รับของประทานอันยิ่งใหญ่จากพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าของเราจะเสด็จมาอีกครั้งเพื่อค้นหาผู้ที่พระองค์จะทรงประทานพระพรของพระองค์มาให้. 
วรรคที่ 16: และมันทำให้เขาทั้งหลายชุมนุมที่ตำบลหนึ่ง มีภาษาฮีบรูเรียกว่า อารมาเกดโดน. 
พระคัมภีร์ไบเบิ้ลเน้นว่าสงครามสุดท้ายระหว่างซาตานและพระเจ้าจะจ่ายค่าจ้างบนสถาน ที่ ที่เรียกว่าอารมาเกดดอน แต่เพราะพระเจ้าทรงรอบรู้ พระองค์จะทรงชนะซาตานและเหวี่ยงสัตว์ร้ายลงสู่บึงไฟและกำมะถัน เราจะต้องตระหนักว่าซาตานมักจะเป็นผู้หลอกลวงเสมอและเราจะต้องรักษาความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าของเราอย่างมั่นคงจนกระทั่งถึงวันที่เรายืนต่อพระพักตร์พระเจ้า. 
 
วรรคที่ 17–21: ทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดได้เทขันของตนลงในอากาศ และมีพระสุรเสียงดังออกมาจากพระที่นั่งในพระวิหารแห่งสวรรค์ว่า “สำเร็จแล้ว” และเกิดมีเสียงต่างๆ มีฟ้าร้อง มีฟ้าแลบ และเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งตั้งแต่มีมนุษย์เกิดมาบนแผ่นดินโลก ไม่เคยมีแผ่นดินไหวร้ายแรงและยิ่งใหญ่เช่นนี้เลย มหานครนั้นก็แยกออกเป็นสามส่วน และบ้านเมืองของนานาประชา ชาติก็ล่มจม มหานครบาบิโลนนั้นก็อยู่ในความทรงจำต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า เพื่อจะให้นครนั้นดื่มถ้วยเหล้าองุ่นแห่งพระพิโรธอันใหญ่หลวงของพระองค์ และบรรดาเกาะต่างๆก็หนีหายไป และภูเขาทั้งหลายก็ไม่มีผู้ใดพบ และมีลูบเห็บใหญ่ตกลงมาจากฟ้าถูกคนทั้งปวง แต่ละก้อนหนักประ มาณห้าสิบกิโลกรัม คนทั้งหลายจึงพูดหมิ่นประมาทพระเจ้าเพราะภัยพิบัติที่เกิดจากลูกเห็บนั้น เพราะว่าภัยพิบัติจากลูกเห็บนั้นร้ายแรงยิ่งนัก. 
ตามที่พระเจ้าทรงเทภัยพิบัติของขันทั้งเจ็ดขึ้นสู้ฟ้าอากาศ ฟ้าร้องและฟ้าแลบจะเกิดขึ้นบนฟ้า ในขณะที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็จะเกิดขึ้นบนโลกนี้ โลกที่หนึ่งจะหาย ไปโดยไม่มีร่องรอยด้วยภัยพิบัตินี้ หลังจากนี้เหล่าวิสุทธิชนจะมีชีวิตในเกียรติพร้อมกับพระเยซู คริสต์บนโลกใหม่เป็นเวลาพันปีที่จะมาถึง. 
เมื่อเวลาพันปีผ่านไปและเวลาในการทำให้คำสัญญาของพระเจ้าสมบูรณ์โดยฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกใหม่ที่จะมาถึง พระเจ้าจะทำให้โลกหายไปก่อนและประทานสวรรค์และโลกมาเป็นอัน ดับที่สองจากนั้นเหล่าวิสุทธิชนจะครอบครองฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกใหม่พร้อมกับพระเจ้าอย่าง เป็นนิรันดร์ เหล่าวิสุทธิชนจะเชื่อว่าพวกเขามีชีวิตอยู่ในอาณาจักรของพระคริสต์เป็นเวลาพันปีและจากนั้นก็จะมีชีวิตนิรันดร์ในพระเกียรติในฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกใหม่ พวกเขาต้องมีชีวิตอยู่ในความหวังรอคอยการเสด็จกลับของพระผู้เป็นเจ้า.