คำสอน

เรื่องที่ 11: พลับพลา

[11-4] (อพยพ 19:1-6) เหตุผลที่พระเจ้าทรงเรียกโมเสส ไปเข้าเฝ้าบนภูเขาซีนาย

(อพยพ 19:1-6)
“ในเดือนที่สามนับตั้งแต่ชนชาติอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์ ในวันนั้นเขามาถึงถิ่นทุรกันดารซีนาย เมื่อยกออกจากตำบลเรฟีดิม มาถึงถิ่นทุรกันดารซีนาย พวกเขาก็ตั้งค่ายอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ชาวอิสราเอลตั้งค่ายอยู่ที่หน้าภูเขานั้น โมเสสขึ้นไปเฝ้าพระเจ้า พระเยโฮวาห์ตรัสจากภูเขานั้นว่า ‘ บอกวงศ์วานยาโคบและชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า ‘ พวกเจ้าได้เห็นกิจการซึ่งเรากระทำกับชาวอียิปต์แล้ว และที่เราเทิดชูเจ้าขึ้น ดุจดังด้วยปีกนกอินทรี เพื่อนำเจ้ามาถึงเรา เหตุฉะนั้นบัดนี้ถ้าเจ้าเชื่อฟังเสียงเรา และรักษาพันธสัญญาของเราไว้ เจ้าจะเป็นทรัพย์อันประเสริฐของเรา ยิ่งกว่าชาติทั้งปวง เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเรา เจ้าทั้งหลายจะเป็นอาณาจักรแห่งปุโรหิต และเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรา’ นี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกให้ชนชาติอิสราเอลฟัง ‘’ “ 
 

ทำไมพระเจ้าทรงเลือกชนชาติอิสราเอล? 
 
จากข้อความหลักจากอพยพ 19:1–6 ที่ผู้เขียนมีอะไรมากมายที่จะพูดถึงผ่านข้อความที่ไม่ยาวนี้ จากข้อความนี้ ผู้เขียนอยากจะกล่าวถึงความจริงที่เปิดเผยจากบทที่ 19 ถึง 25 ของบทอพยพ มันเป็นเวลาสามเดือนแล้วที่ชนชาติอิสราเอลได้หลบหนีออกจากอียิปต์เมื่อชนชาติอิสราเอลมาถึงถิ่นทุรกันดารซีนาย พระเจ้าทรงทำให้พวกเขาได้ไปตั้งแคมป์ตรงหน้าภูเขาซีนายและทรงเรียกโมเสสไปเข้าเฝ้าบนภูเขา
ตามที่ทรงเรียกตัวโมเสสไปเข้าเฝ้า พระเจ้าทรงตรัสพระวจนะของพระองค์แก่ชนชาติอิสราเอลว่า “ ‘ เหตุฉะนั้นบัดนี้ถ้าเจ้าเชื่อฟังเสียงเรา และรักษาพันธสัญญาของเราไว้ เจ้าจะเป็นทรัพย์อันประเสริฐของเรา ยิ่งกว่าชาติทั้งปวง เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเรา เจ้าทั้งหลายจะเป็นอาณาจักรแห่งปุโรหิต และเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรา’ นี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกให้ชนชาติอิสราเอลฟัง “ นี่คือเหตุผลที่พระเจ้าทรงเรียกและยกชนชาติอิสราเอลให้เป็นทรัพย์อันประเสริฐและตั้งให้พวกเขาเป็นอาณาจักรแห่งปุโรหิต
นี่เป็นวัตถุประสงค์ที่พระเจ้าทรงปล่อยชาวอิสราเอลให้ไปจากอียิปต์ วิธีที่พระเจ้าจะทำให้ชนชาติอิสราเอลเป็นทรัพย์อันประเสริฐของพระองค์คือการประทานพระราชบัญญัติของพระองค์และระบบการสังเวยบูชาของพลับพลาเพื่อช่วยพวกเขาให้รอดจากบาป ทำให้เป็นคนของพระองค์และพบพวกเขาเป็นชนชาติของปุโรหิตโดยที่พระองค์ทรงชำระความผิดบาปทั้งหมดของพวกเขา ดังนั้น ชาวอิสราเอลจะต้องตระหนักอย่างชัดเจน และค้นหาความเชื่อที่พระเจ้าทรงต้องการจากพวกเขาให้พบ อีกนัยหนึ่งพระเจ้าประทานพระราชบัญญัติของพระองค์ที่มีบัญญัติ 613 ข้อให้และให้พวกเขาสร้างพลับพลาขึ้นมา เพื่อทำให้ชนชาติของพระเขาเป็นอาณาจักรแห่งปุโรหิตของพระเจ้า 
ดังนั้น หากชาวอิสราเอลไม่เชื่อในพระเยซู คริสต์ผู้เสด็จมาเป็นพระเมสสิยาห์ของพวกเขา พวกเราต้องกลับใจใหม่และเชื่อในพระองค์ด้วยหัวใจของตน พระเยซู ผู้ทรงเป็นสาระของระบบการสังเวยบูชาบาปของพลับพลา ได้ชำระความผิดบาปทั้งหมดของพวกเขาไปโดยบัพติศมาของพระองค์ที่ทรงรับจากยอห์นและพระโลหิตบนไม้กางเขนของพระองค์ ดังนั้น ผู้คนชาวอิสราเอลจะต้องยอมรับอย่างชัดเจนในความจริงที่พระเจ้าทรงทำให้พวกเขาเป็นคนของพระองค์โดยการนำพวกเขาซึ่งเป็นทายาทของอับราฮัม ออกมาจากอียิปต์และโดยการชำระความผิดบาปของพวกเขาโดยการสังเวยบูชาของพลับพลา ในเวลานั้นเนื่องจากชาวอิสราเอลไม่สามารถรักษาพระราชบัญญัติของพระเจ้าได้ พวกเขาจึงต้องได้รับการยกโทษบาปโดยการถวายเครื่องบูชาแก่พระเจ้าตามระบบการสังเวยบูชาที่พระองค์ทรงกำหนดเอาไว้ การสังเวยบูชานี้เป็นลางบอกเหตุของพระเยซู คริสต์ ผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงช่วยมนุษยชาติจากความผิดบาป 
แม้แต่ตอนนี้ ชาวอิสราเอลก็ยังยึดโมเสสเป็นศาสดาพยากรณ์อันยิ่งใหญ่ของทั้งหมด พวกเขาถูกต้องในสิ่งนี้ อย่างไรก็ตาม เพราะพวกเขาไม่เชื่อในพระเยซู คริสต์ว่าทรงเป็นพระเมสสิยาห์ผู้ทรงช่วยพวกเขาให้รอดจากความผิดบาปทั้งหมดของตน พวกเขาไม่ได้ตระหนักว่าพันธสัญญาฉบับใหม่เป็นพระวจนะของพระเจ้า และตระหนักเพียงว่าพันธสัญญาฉบับเก่าเป็นพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้น แต่เราต้องจำว่าไม่เพียงแต่พระเยซูทรงเป็นศาสดาพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าโมเสสเท่านั้น แต่พระองค์ทรงเป็นมหาปุโรหิตของอาณาจักรสวรรค์ด้วย ทรงเป็นพระเมสสิยาห์สำหรับชาวอิสราเอลที่รอคอยมานาน ชาวอิสราเอลจะต้องตระหนักโดยความเชื่อว่าสาระสำคัญของการสังเวยบูชาของพลับ พลานั้นไม่มีสิ่งอื่นใดมากไปกว่าพระเมสสิยาห์เอง 
 

พระเจ้าทรงทำให้ชนชาติอิสราเอลยึดโมเสสด้วยความเคารพ แต่ ....
 
ทำไมพระเจ้าทรงยกโมเสสให้สูงกว่าชาวอิสราเอลนัก? มันคือการทำให้พวกเขายอมรับและเชื่อในพระวจนะของพระเจ้าทั้งหมดที่ตรัสผ่านโมเสส อีกนัยหนึ่ง มันคือการทำให้ชาวอิสรา เอลเชื่อว่าสิ่งที่โมเสสได้พูดกับพวกเขานั้นเป็นพระวจนะของพระเจ้าเอง พระเจ้าทรงเรียกโมเสสไปบนภูเขาซีนายเพื่อว่าเขาจะได้ถูกยกขึ้นสูงกว่าผู้คนชาวอิสราเอล สิ่งนี้ได้ทำให้ชาวอิสราเอลกลัวโม เสสและพระเจ้า และให้ชาวอิสราเอลได้มาเชื่อเขา ได้เห็นว่าโมเสสได้พูดกับพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงตรัสกับโมเสสราวกับว่าเขาเป็นสหายของพระองค์เอง 
ดังนั้น พระวจนะของพระเจ้าที่โมเสสได้นำไปสู่ชาวอิสราเอลนั้นเป็นความเชื่ออย่างมั่นคงจากชาวอิสราเอลว่าเป็นพระวจนะที่แท้จริงที่พระเจ้าทรงตรัสกับพวกเขา อย่างไรก็ตาม ผู้คนชาวอิสราเอลได้สร้างความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ของการไม่ยอมรับเข้าสู่หัวใจของตนว่าพระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ ผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาโดยการนกโมเสสอย่างสูงเกินไป ชาวอิสราเอลไม่สามารถตระหนักถึงพระเมสสิยาห์ของตนอย่างถูกต้องได้และจึงสิ้นสุดลงด้วยการปฏิเสธความรักของความ รอดของพระองค์ ตอนนี้พวกเขามีภาระกิจอันยิ่งใหญ่นั่นก็คือการยอมรับพระเยซู คริสต์ ผู้ทรงเป็นศาสดาพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าโมเสส ให้เข้าสู่หัวใจของพวกเขาดุจผู้ช่วยให้รอด
 

พระเจ้าทรงบัญชาให้ผู้คนชาวอิสราเอลสร้างพลับพลาของพระองค์
และถวายเครื่องสังเวยบูชาแก่พระองค์ 
 
พระเจ้าประทานพระราชบัญญัติมาให้แก่ชาวอิสราเอล และพระองค์ทรงบอกพวกเขาให้สร้างพลับพลา ในพลับพลา มีความรักของพระเจ้าของความกรุณาที่ลบมลทินบาปของชาวอิสรา 
เอลออกไปอย่างแท้จริงซึ่งได้เปิดเผยผ่านระบบการสังเวยบูชาของมัน พระเจ้าทรงประทานการยกความผิดบาปให้แก่ทายาททางจิตวิญญาณของอับราฮัม โดยระบบการสังเวยบูชาของพลับพลา และพระองค์ทรงลบความผิดบาปทั้งหมดของพวกเขาออกไปเพื่อว่าพวกเขาจะไม่บกพร่องในการเป็นคนของพระเจ้า 
พระเจ้าประทานแผ่นหินสองแผ่นพร้อมกับสลักพระบัญญัติสิบประการให้แก่ชาวอิสราเอล พระบัญญัติสิบประการนั้นประกอบด้วยพระบัญญัติสี่ข้อด้านบนที่จะต้องรักษาระหว่างพระเจ้าและมนุษยชาติ และอีกหกข้อด้านล่างที่จะต้องรักษาในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง นอกจากพระบัญญัติสิบประการนี้ พระเจ้าประทานพระราชบัญญัติหลายร้อยข้อให้ชาวอิสราเอลที่พวกเขาจะต้องรักษาทุกวัน
เหตุผลที่พระเจ้าประทานพระบัญญัติมากมายให้ชาวอิสราเอลคือการแสดงในหัวใจของพวกเขาว่าพระเจ้าเพียงเท่านั้นทรงสูงสุดและเป็นพระเจ้าที่สมบูรณ์ สำหรับผู้คนชาวอิสราเอลทางจิตวิญญาณนั่นคือผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูคือผู้ช่วยให้รอดแล้ว ไม่สามารถมีพระเจ้าองค์อื่นใดที่จะแยกออกจากพระเจ้าได้ พระเจ้าตรัสแก่โมเสสบนภูเขาซีนายเพื่อประทานพระบัญญัติของพระองค์และเพื่อสอนชาวอิสราเอลอย่างชัดเจนในความจริงว่าพระองค์คือพระเยโฮวาห์ก่อนเข้าสู่ดินแดนของคานาอัน เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาทำบาปโดยการไม่ได้รักษาพระราชบัญญัติของพระองค์ และพระองค์ทรงทำให้พวกเขาได้รับการยกโทษบาปทั้งหมดของตนโดยการถวายเครื่องสังเวยบูชาในพลับพลาตามระบบการสังเวยบูชาที่พระองค์ทรงตั้งขึ้น 
 

ผู้คนชาวอิสราเอลได้รับพระบัญญัติและพระราชบัญญัติจากพระเจ้า 
 
เรามาดูที่อพยพ 24:3–8 “ โมเสสจึงนำพระวจนะของพระเยโฮวาห์และคำตัดสินทั้งสิ้นมาชี้แจงให้ประชาชนทราบ ประชาชนทั้งปวงก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ พระวจนะทั้งหมดซึ่งพระเยโฮวาห์ตรัสไว้นั้น พวกเราจะกระทำตาม ’ โมเสสจึงจารึกพระวจนะของพระเยโฮวาห์ไว้ทุกคำ แล้วตื่นขึ้นแต่เช้าจัดแจงสร้างแท่นบูชาขึ้นที่เชิงภูเขา ปักเสาหินขึ้นสิบสองก้อนตามจำนวนตระกูลทั้งสิบสองของอิสราเอล ท่านใช้ให้หนุ่มๆชนชาติอิสราเอลถวายเครื่องเผาบูชาและถวายวัวเป็นเครื่องสันติบูชาแด่พระเยโฮวาห์ โมเสสเก็บเลือดวัวครึ่งหนึ่งไว้ในชาม อีกครึ่งหนึ่งประพรมที่แท่นบูชานั้น ท่านถือหนังสือพันธสัญญาอ่านให้ประชาชนฟัง พวกเขากล่าวว่า ‘ บรรดาสิ่งที่พระเยโฮวาห์ตรัสไว้นั้นพวกเราจะกระทำตาม และเราจะเชื่อฟัง ’ โมเสสก็เอาเลือดพรมประชาชนและกล่าวว่า ‘ ดูเถิด นี่เป็นเลือดแห่งพันธสัญญา ซึ่งพระเยโฮวาห์กระทำกับเจ้าตามพระวจนะทั้งหมดนี้’ “ 
พระเจ้าทรงสร้างเลือดแห่งพันธสัญญาด้วยโลหิตเมื่อพระองค์ทรงประทานพระราชบัญญัติมาให้แก่ประชาชนชาวอิสราเอลผ่านโมเสส นี่หมายความว่าพระบัญญัติของพระเจ้าเป็นพระราช บัญญัติแห่งชีวิต พระเจ้าได้ตรัสพระราชบัญญัติแห่งชีวิตสู่ชาวอิสราเอล และประชาชนขาวอิสรา เอลก็เชื่อในพระวจนะของพระองค์ 
โมเสสจึงบอกแก่ชาวอิสราเอลให้นำเลือดของเครื่องเผาบูชาและเครื่องสานติบูชามา พระเจ้าทรงทำให้โมเสสรวมเข้าด้วยกันกับคนของเขา อ่านพระราชบัญญัติและพระบัญญัติที่เป็นพันธสัญญาของพระองค์ให้พวกเขาฟัง และจากนั้นโมเสสก็ถามพวกเขาว่า “ ท่านจะเชื่อฟังสิ่งที่พระเจ้าทรงรับสั่งกับท่านไหม? “ จากนั้นชาวอิสราเอลจึงทูลตอบพระเจ้าเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาจะเชื่อฟังพระองค์จริงๆ 
“เราจะปกป้องเจ้าและสร้างอาณาจักรแห่งปุโรหิตให้เจ้า “ จากนั้นพระเจ้าทรงสัญญากับประชาชนชาวอิสราเอลผ่านโมเสส จากนั้นโมเสสก็ประพรมเลือดลงบนเครื่องเผาบูชาและเครื่องศานติบูชา สิ่งนี้ได้แสดงว่าเมื่อคนทำบาป เขาหรือเธอจะต้องได้รับการยกความผิดบาปผ่านการสังเวยบูชา เราจะต้องยอมรับว่าพระเจ้าทรงกล่าวถึงพระวจนะแห่งชีวิต โมเสสใช้เลือดของเครื่องบูชาประพรมลงบนประชาชนของพระองค์ และตรัสกับพวกเขาว่า” ดูเถิด นี่เป็นเลือดแห่งพันธสัญญา ซึ่งพระเยโฮวาห์กระทำกับเจ้าตามพระวจนะทั้งหมดนี้ “สิ่งนี้บอกเราว่าเนื่องจากพระวจนะของพระเจ้าเป็นพระวจนะแห่งชีวิต หากเราไม่รักษามันไว้ เราก็จะต้องผ่านความผิดบาปของเราไปสู่เครื่องสังเวยบูชาโดยการวางมือของเราบนหัวของมัน ฆ่ามัน และถวายเลือดของเครื่องบูชาให้แก่พระเจ้าเพื่อความผิดบาปของเรา 
สิ่งที่เราจะต้องตระหนักถึงก็คือว่าในพระราชบัญญัติของพระเจ้านี้ มีการลงโทษเพื่อความ ผิดบาปของเราอยู่ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีระบบการสังเวยบูชาที่ชำระความผิดบาปของเราออกไป ดังนั้น เมื่อเราเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติและพระบัญญัติของพระเจ้า เราจะยอมรับมันเข้าสู่หัวใจของเราในขณะที่กำลังตระหนักว่าในพระราชบัญญัติและพระบัญญัติเหล่านี้ได้พบการบูชาที่นำเอาการยกความผิดบาปมาให้เราความเชื่อนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เราจะต้องเชื่อว่าเราจะต้องชำระความ ผิดบาปของเราด้วยการสังเวยบูชาของเราเสมอ เพราะเราได้รับพระพรเมื่อเรารักษาพระราชบัญญัติของพระเจ้าและเราถูกสาปแช่งหากเราไม่รักษามันไว้ ดังนั้นคนทั้งหลายที่ทำบาปได้รับการยกความ ผิดบาปของตนโดยการผ่านบาปของตนไปสู่เครื่องสังเวยบูชาด้วยการวางมือลงบนหัวของมัน และด้วยการเอาเลือดของเครื่องสังเวยบูชาและถวายให้แก่พระเจ้า เราต้องตระหนักและเชื่อว่าพระราช บัญญัติและระบบการสังเวยบูชาเป็นพระราชบัญญัติแห่งชีวิตที่เราจะได้รับชีวิตใหม่จากพระเจ้าได้ 
ดังนั้น ในขณะที่พระราชบัญญัติของพระเจ้าได้สอนเราเกี่ยวกับความผิดบาปของเรา ข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณก็ได้แสดงว่าความผิดบาปของเราได้ถูกโอนไปผ่านบัพติศมาที่พระเยซู คริสต์ทรงได้รับจากยอห์นและพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขน มันคือความจริงที่ได้ช่วยเราให้รอดจากความผิดบาปทั้งหมดของโลกนี้ 
ในสมัยโบราณเมื่อตระกูลต่างๆได้ให้สัญญาแก่กันและกันพวกเขามักจะนำเอาเครื่องสังเวย บูชามาให้กันเสมอ พวกเขานำ แพะ แกะ หรือวัวมา และพวกเขาทำเครื่องหมายข้อตกลงของตนด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากเครื่องบูชาโดยการเชือดคอ การเข้าครอบครองนี้เป็นข้อตกลงที่สำคัญ เพราะมันหมายความว่า “ หากเจ้าไม่รักษาพันธสัญญาที่เจ้าทำกับเรา เจ้าก็จะตายอย่างแน่นอน “ พวกเขากำหนดข้อตกลงของตนขึ้นมาด้วยเลือด 
พระเจ้าทรงกำหนดพระราชบัญญัติของพระองค์ขึ้นมาด้วยโลหิต พระองค์ทรงบอกเราว่าหากเราไม่สามารถรักษาพระราชบัญญัติและพระบัญญัติ 613 ข้อได้ เราก็จะถูกฆ่าเพราะความผิดบาปนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน พระองค์ทรงบอกเราเช่นกันให้รับการยกความผิดบาปของเราโดยการถวายเครื่องบูชาบาปให้พระองค์ด้วยความเชื่อของเรา ผ่านระบบการสังเวยบูชาของพลับพลา 
หากเราไม่รับเอาพระวจนะของพระราชบัญญัติของพระเจ้าไว้อย่างจริงจังเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากพระพิโรธที่จะมาจากพระเจ้าได้เพราะบาปของเรา แต่หากเราถวายเครื่องบูชาที่พระ องค์ทรงกำหนดเอาไว้ให้แก่พระองค์ พระเจ้าก็จะรับเอาเครื่องบูชานี้และยกโทษบาปของเราทั้งหมด เราจะต้องเชื่อทั้งหมดในพระราชบัญญัติแห่งชีวิตนี้ พระราชบัญญัติของความรอดที่บอกเราว่าพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของประชาชนชาวอิสราเอลทั้งหมดให้ผ่านระบบการสังเวยบูชาของพลับ พลา และก็รับการยกความผิดบาปเข้าไปสู่หัวใจของเรา ใครก็ตามที่เพิกเฉยต่อพระราชบัญญัติของพระเจ้านั้นจะแยกห่างจากความรักของพระเจ้า และเราจะต้องเชื่อในพระราชบัญญัติและระบบการสังเวยบูชาว่าเป็นความจริงของความรอด ของชีวิตของเรา 
นี่คือเหตุผลที่โมเสสอ่านพันธสัญญาที่ทำด้วยเลือด และด้วยเลือดนี้ได้ประพรมลงบนประ ชาชนชาวอิสราเอง พวกเขาได้ทำสัญญากับพระเจ้าด้วยเลือด ดังนั้นการตระหนักว่าเราทั้งหมดจะ ต้องตายหากเราไม่รักษาพระราชบัญญัตินี้ที่สร้างขึ้นด้วยเลือด เราทั้งหมดจะต้องได้รับการยกความ ผิดบาปทั้งหมดของเราโดยการเชื่อในพระเยซู คริสต์ผู้ทรงเป็นเครื่องบูชาของเครื่องเผาบูชาและเครื่องศานติบูชาแด่พระเจ้า พร้อมกับพระราชบัญญัติ
เราทั้งหมดต้องตระหนักและเชื่อในความจริงที่เราจะได้รับการยกโทษความผิดบาปของเราได้โดยการถวายเครื่องเผาบูชาแก่พระเจ้าตามระบบการถวายบูชาของพลับพลา พระเจ้าทรงสอนเราอย่างชัดเจนในความผิดบาปของมนุษยชาติผ่านด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดี ในการยกความผิดบาปของพวกเขา บาปของพวกเขาได้ผ่านไปสู่เครื่องบูชาโดยการวางมือลงบนหัวของมัน จากนั้นเครื่องบูชานี้ได้หลั่งเลือดเพื่อจะได้เติมที่แท่นเผาบูชาและเลือดที่เหลือก็เทลงบนพื้น 
นี่คือการสังเวยบูชาที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งโดยพระราชบัญญัติของบาปและความตาย ดัง นั้น เราต้องยอมรับทั้งหมดในการยกความผิดบาปที่ได้สัญญาโดยระบบการสังเวยบูชาที่ลบความผิดบาปของเราออกไป พระเจ้าประทานพระราชบัญญัติของความรอดของเราโดยการประทานระบบการบูชาของพลับมามาให้เรา เพื่อให้เราได้เชื่อในพระวจนะของพระเจ้าและได้รับการยกความผิดบาปทั้งหมดของเรา เราจะต้องได้รับพระพรของการยกความผิดบาปที่พระเจ้าประทานมาให้โดยการยอมรับพระราชขบัญญัติทั้งสองที่พระเจ้าได้ประมานมาสู่มนุษยชาติให้ คือพระราชบัญญัติและระบบการสังเวยบูชาของพลับพลา 
 

เราสามารถรอดจากความผิดบาปทั้งหมดของเราได้อย่างไร? 
 
พระองค์ทรงแสดงให้ประชาชนชาวอิสราเอลได้เห็นว่าความรอดจากความผิดบาปของพวกเขานั้นเกิดได้เพียงเมื่อพวกเขามีความเชื่อในการยกความผิดบาปของตนผ่านการสังเวยบูชา โดยระบบการสังเวยบูชาที่พระเจ้าประทานแก่โมเสส 
เมื่อเราถวายความเชื่อของเราให้แก่พระเจ้าที่เป็นความเชื่อในการสังเวยบูชาที่กำหนดโดยพระองค์แล้ว พระองค์ก็จะได้รับความเชื่อของเราและช่วยเราให้รอดจากบาปของเรา ทำไม? เพราะพระเจ้าทรงช่วยมนุษยชาติทั้งหมดให้รอดจากความผิดบาปของพวกเขา และพระเจ้าประทานพระพรของการไถ่บาปทั้งหมดให้แก่ผู้ที่เชื่อ พระเจ้าทรงยอมให้เราได้รู้จักพระราชบัญญัติของความรอดผ่านระบบการสังเวยบูชาที่กำหนดโดยพระองค์ผู้อยู่สูงสุด หากใครไม่ทราบและไม่เชื่อในความจริงที่พระเยซู คริสต์ทรงชำระความผิดบาปของเขาหรือเธอไปตลอดกาลผ่านบัพติศมาและพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขน เขาหรือเธอก็จะถูกปรับโทษบาปจริงๆ เราจะต้องเชื่อทั้งหมดในความรักของความเมตตาของพระเจ้า 
พระเจ้าทรงช่วยเราผ่านระบบการสังเวยบูชาของพลับพลา ผู้ที่ตามวิธีของความรอดได้ผ่านความผิดบาปของเราไปสู่เครื่องบูชาโดยการวางมือลงบนหัวของมัน ดังนั้น เราจะต้องเชื่อทั้งหมดในข่าวประเสริฐของความเมตตา ที่ยอมให้ทุกคนที่เชื่อในความจริงนี้ได้ชำระความผิดบาปของตนอย่างแท้จริง คนทั้งหลายที่ไม่ตระหนักในพระราชบัญญัติและระบบการสังเวยบาปต่อพระพักตร์พระเจ้าไม่สามารถได้รับการยกความผิดบาปอย่างเป็นนิรันดร์ แต่คนทั้งหลายที่เชื่อในข่าวประเสริฐของความเมตตาของพระเจ้าสามารถได้รับการยกความผิดบาปอย่างเป็นนิรันดร์ของพวกเขา 
พระเจ้าไม่เพียงแต่บอกเราไม่ให้ทำบาป แต่พระองค์ทรงสอนเราว่าเราเป็นผู้มีบาปที่ทำบาปทุกวัน ดังนั้นพระองค์ทรงบอกเราให้ถวายเครื่องบูชาให้เราเพื่อได้รับการยกบาปเหล่านี้ นี่คือเหตุผลที่พระเจ้าตรัสว่าในตอนที่ผู้มีบาปได้ถวายเครื่องสังเวยบูชา “ จงใช้ดินก่อแท่นบูชาสำหรับเรา และบนแท่นนั้นจงใช้แกะและวัวของเจ้าเป็นเครื่องเผาบูชา และเป็นสันติบูชาแก่เรา ในทุกตำบลที่เราให้ระลึกถึงนามของเรา เราจะมาหาเจ้าและอวยพรเจ้า “ (อพยพ 20:24) 
เครื่องบูชาไถ่บาปที่ชาวอิสราเอลได้ถวายแก่พระเจ้าเป็นรูปแบบของการวางมือของพวกเขาบนหัวของเครื่องบูชาโดยที่บาปของพวกเขาได้ผ่านไปที่มันหลั่งเลือดของมันและเอาไปใส่ตรงแท่นสำหรับเผาบูชา และวางร่างของสัตว์บนแท่นและเผามัน การเชื่อด้วยหัวใจทั้งหมดในพระราชบัญ ญัติของความรอดที่พระเจ้าประทานมาให้เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้ถวายการบูชา ที่พระเจ้าทรงต้องการนั้นไม่พิธีทางศาสนา และมันเป็นการได้ผ่านความผิดบาปของพวกเขาไปสู่เครื่องบูชาไถ่บาปในความเชื่อ การเชื่อว่าพวกเขาต้องตกนรกจริงๆนั้นไม่ใช่พระสิริของพระเจ้า 
พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงรับบัพติศมาจากยอห์น และทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อทำให้ความผิดบาปของเราหายไป พระองค์ทรงปรารถนาที่จะลบมลทินบาปของเราออกไปด้วยวิธีการเดียวกับเครื่องบูชาไถ่บาป การบูชาของความเชื่อนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงการสังเวยบูชาของความรอดของพันธสัญญาฉบับใหม่ที่พระเยซู คริสต์ทรงทำให้สมบูรณ์ นั่นก็คือพระคริสต์เสด็จมายังโลกนี้, ทรงรับเอาความผิดบาปของโลกไว้ด้วยบัพติศมาของพระองค์ที่ทรงรับจากยอห์น, สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและทรงช่วยมนุษยชาติทั้งหมดให้รอดจากบาป มันคือความเชื่อในความ จริงนี้ด้วยหัวใจทั้งหมดของเราที่มาเป็นบุตรของพระเจ้า 
 

เราจะต้องกำจัดความเชื่อที่เกี่ยวกับทฤษฎีตามคำสอน 
 
อพยพ 20:25–26 กล่าวว่า “ ถ้าจะก่อแท่นบูชาด้วยศิลาสำหรับเรา อย่าก่อด้วยศิลาที่ตก แต่งแล้ว เพราะถ้าเจ้าใช้เครื่องมือตกแต่งศิลานั้น เจ้าก็จะทำให้ศิลานั้นเป็นมลทิน และเจ้าอย่าเดินตามขั้นบันไดขึ้นไปยังแท่นบูชาของเรา เพื่อว่าการเปลือยเปล่าของเจ้าจะไม่ได้ถูกเปิดเผยเสียที่นั่น “ เราจะจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษในสิ่งที่พระเจ้าตรัสในวรรคนี้ พระเจ้าทรงบอกชาวอิสราเอลว่าในการทำแท่นบูชานั้น หากพวกเขาได้สร้างแท่นบูชาด้วยหิน พวกเขาก็ไม่ควรสร้างมันด้วยศิลาที่ตกแต่งแล้ว แต่ควรจะเป็นศิลาที่มีรูปร่างและแบบเดิมของมันเอง หมายความว่าอะไร? มันหมาย ความว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยที่จะยอมรับความเชื่อของเราในความรอดของพระองค์ ที่ไม่ต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยความคิดมนุษย์ 
จากประโยคที่ว่า “ และเจ้าจงอย่าเดินตามขั้นบันไดขึ้นไปยังแท่นบูชา เพื่อว่าการเปลือยเท้าเปล่าของเจ้า จะไม่ได้ถูกเปิดเผยเสียที่นั่น “ พระเจ้าทรงเตือนเราไม่ให้นมัสการพระองค์ด้วยสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นที่เป็นความเชื่อทางศาสนา ทุกศาสนาในโลกนี้ไม่มีอะไรนอกจากระบบความเชื่อที่สร้างขึ้นจากมนุษย์ พวกเขากำหนดหลักการทั่วไปและพื้นฐานในศาสนาของตัวเองที่บอกผู้คนให้พยายามบริสุทธิ์ทีละขั้น ทีละตอนในขณะที่มีชีวิตในความเชื่อตามศาสนา แม้นักศาสนาคริสเตียนอ้างว่าสามารถเสียสละตนอย่างถึงที่สุดได้ในขณะที่มีชีวิตอยู่ตามพระราชบัญญัติของพระเจ้า 
แต่มันจริงเช่นนั้นหรือ? ไม่อย่างแน่นอน! ผู้คนที่เกิดมาเป็นทายาทของอดัม ไม่สามารถทำตามพระราชบัญญัติของพระเจ้าได้เพราะบาปของตน และพวกเขาต้องเผชิญกับความตายอย่างแน่ นอนเพราะบาปเหล่านี้ ดังนั้น พระเจ้าทรงตั้งระบบการสังเวยบูชาของพลับพลาขึ้นมา เพื่อช่วยคนเช่นนั้นให้รอดจากบาปของโลกนี้และได้รอดจากบาปทั้งหมดอย่างแท้จริง 
ดังนั้นเราจะต้องยอมรับในข่าวประเสริฐของพระเมตตา, ของการยกความผิดบาปของเรา, ของความรอดที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้เพื่อเราด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วงและสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดีที่ได้แสดงตรงประตูทางเข้าลานพลับพลา เราต้องเชื่อว่าได้มีการเขียนไว้ในพระวจนะของพระคัมภีร์ไบเบิ้ลอย่างแท้จริง, เชื่อว่าพระเยซู คริสต์เสด็จมายังโลกนี้ดุจพระเจ้าของพระวจนะ, เชื่อว่าพระองค์ทรงทำพระราชกิจของพระองค์ตามที่ได้บอกเอาไว้ล่วงหน้าโดยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดีที่ได้แสดงในพลับพลา และเชื่อว่าพระองค์ทรงปลดปล่อยความผิดบาปของเราทั้งหมดตามนั้นจริงๆ 
แล้วผู้ที่มีเพียงความเชื่อทางศาสนาและตามคำสอนล่ะ? พวกเขาทำอะไรก่อนการยกความ ผิดบาปประจำวันของตน? คนเช่นนั้นพยายามที่จะได้รับการยกความผิดบาปของตนโดยการถวายการอธิษฐานเพื่อกลับใจใหม่ของตน ในท้ายที่สุดก็พยายามที่จะเป็นคนชอบธรรมผ่านคำสอนของการเพิ่มขึ้นของการสังเวยบูชา นี่คือความเชื่อที่ผิดเป็นความเชื่อตามทฤษฎีคำสอนที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง การพยายามที่จะเข้าพบพระเจ้าด้วยความพยายามส่วนตัวนั้นเป็นความยโสของมันเองและมันไม่มีอะไรนอกจากความจริงของความชั่วร้ายทางศาสนาของการสร้างขึ้นของผู้ใดผู้หนึ่ง 
อันดับแรกผู้คนจะต้องยอมรับว่าไม่มีอะไรที่พวกเขาเองสามารถทำให้ความผิดบาปหายไปได้ต่อพระพักตร์พระเจ้า เมื่อเราเกิดมาในโลกนี้ เราทั้งหมดได้เกิดมาเป็นผู้ทำบาปโดยไม่มีทางเลือกและนี่คือเหตุผลที่ที่เรามักจะทำบาปมากมายอยู่เสมอ ไม่ต้องสงสัยว่าพระเจ้าทรงบอกเราผ่านพระ ราชบัญญัติไม่ให้ทำบาปมากน้อยเพียงใด แต่เราก็เป็นผู้ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติของพระองค์ทั้งหมดและทำบาปต่อพระพักตร์พระเจ้า ดังนั้น เราต้องสารภาพต่อพระราชบัญญัติของพระเจ้าว่าเราเป็นผู้มีบาป และเราจะต้องเชื่อด้วยหัวใจของเราในความจริงของความรอดที่พระเจ้าทรงช่วยเราให้รอดจากความผิดบาปของเราผ่านพระราชกิจของของพระเยโฮวาห์ พระเยซูที่ได้แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดี 
ไม่มีทางอื่นนอกจากเชื่อในพระวจนะของพระเจ้า ที่ปลดปล่อยเราให้รอดจากบาปทั้งหมดของโลกนี้ พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาเป็นเครื่องสังเวยบูชาของเราผ่านบัพติศมาของพระองค์ และพระ องค์ทรงช่วยเราให้รอดจากบาปของโลกนี้จริงๆ พระคัมภีร์ไบเบิ้ลบอกเราว่าไม่มีพระเจ้าแยกจากพระเยโฮวาห์ และไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากพระคริสต์ (ยอห์น 14:6) เราเป็นผู้มีบาปและรอดจากบาปของเราโดยการตระหนักและเชื่อในพระวจนะของพระราชบัญญัติของพระเจ้าและโดยการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ 
ดังนั้น เราจะต้องเชื่อในความรอดของพระองค์ตามพระราชบัญญัติของการยกความผิดบาปที่พระเยโฮวาห์ของเราทรงกำหนดไว้เพื่อช่วยเราให้รอดจากบาป ศาสนาคริสต์ไม่ใช่เพียงหนึ่งในศาสนาของโลกนี้เท่านั้น แต่เป็นความจริงของความรอดที่สร้างขึ้นจากพื้นฐานของความเชื่อของเราที่เชื่อในพระเยซู คริสต์ผู้ทรงปรากฎในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดี 
 

เราจะต้องตระหนักถึงเหตุผลที่พระเจ้าทรงเรียกเราผ่านข้อความหลักข้างต้น 
 
เราจะต้องตระหนักในความจริงที่พระเจ้าทรงเรียกท่านและผู้เขียนเพื่อทำให้เราเป็นทรัพย์อันประเสริฐของพระองค์ ท่านและผู้เขียนจะเป็นคนของพระเจ้าไม่ได้ด้วยการกระทำและความพยา ยามของเราเอง ยิ่งกว่านั้นท่านและผู้เขียนได้เป็นบุตรของพระเจ้าเพราะเรามีความเชื่อในความจริงที่พระเยซู คริสต์ทรงเสด็จมายังโลกนี้เพื่อปลดปล่อยเราจากการสาปแช่งของพระราชบัญญัติและการลงโทษและการทำลายของนรก พระองค์ทรงช่วยเราทั้งหลายที่เชื่อจริงๆ โดยการรับบัพติศมาจากยอห์นและหลั่งพระโลหิตของพระองค์บนไม้กางเขน พระเมสสิยาห์ พระบุตรของพระเจ้า เสด็จมา ยังโลกนี้ในเนื้อหนังมนุษย์ ทรงรับเอาความผิดบาปทั้งหมดของมนุษยชาติไว้ที่พระองค์เพียงครั้งเดียว ทรงแบกรับเอาความผิดบาปของโลกนี้ไปบนไม้กางเขน ทรงเสียสละพระองค์เพื่อจ่ายค่าจ้างของความผิดบาปของเราโดยการถูกตรึงไม้กางเขน ทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายอีกครั้ง และทรงเป็นผู้ช่วยให้รอดของผู้ที่เชื่อในพระองค์ด้วยหัวใจของทั้งหมดพวกเขา 
พระเจ้าทรงบอกเราว่าพระองค์ได้ประทานการยกความผิดบาปอันสมบูรณ์ให้เราผ่านด้ายสีฟ้า, สีม่วง สีแดงเข้าและผ้าป่านเนื้อดี พระผู้เป็นเจ้าทรงถามเราว่า “ เจ้าเชื่อในงานของเราที่เราได้ทำเพื่อการยกความผิดบาปของเจ้า ที่เราได้มายังโลกนี้เพื่อรับบัพติศมาจากยอห์น และหลั่งโลหิตของเราบนไม้กางเขนไหม? “ ทั้งหมดที่เราจะตอบได้ต่อพระพักตร์พระจ้าได้ก็คือ “ เชื่อ “ ไม่มีท่านอื่นสำหรับเราที่จะรอดแต่มีเพียงเชื่อในการยกความผิดบาปที่พระเจ้าประทานให้เรา ไม่เพียงแต่ประชา ชนชาวอิสราเอลในพันธสัญญาฉบับเก่าเท่านั้น ที่จะต้องทราบว่าทำไมพระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้ไปที่ภูเขาซีนายและตรัสพระวจนะของข้อความหลัก แต่ยังมีท่าน และผู้เขียนที่เป็นคนทั้งหมดของโลกในปัจจุบันนี้ด้วย 
พระเจ้าประทานพระบัญญัติสิบประการให้ชาวอิสราเอล จากนั้นทรงบอกให้พวกเขาสร้างแท่นบูชาของโลกโดยความเชื่อเพื่อให้ได้รับการยกความผิดบาปของพวกเขา (อพยพ 20:24) เราต้องได้รับการปลดปล่อยบาปทั้งหมดของเราด้วย ผ่านความเชื่อของเราในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่ได้แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดีที่พระเจ้าประทานให้เรา 
พระนามของพระเจ้าคืออะไร? พระนามของพระองค์คือ “ พระยาเวห์ “ หมายถึง “ เราเป็นผู้ที่เราเป็น “ นั่นคือ พระเจ้าทรงดำรงอยู่โดยพระองค์เอง จากนั้น พระองค์เสด็จมาสู่เราได้อย่างไร? พระองค์เสด็จมาหาเราโดยน้ำและพระวิญญาณ (ยอห์น 3:5) พระผู้เป็นเจ้าของเราเสด็จมาโลกนี้ในเนื้อหนังของมนุษย์ทรงรับเอาความผิดบาปทั้งหมดของมนุษยชาติโดยการรับบัพติศมาจากยอห์น และทรงเสียสละเพื่อเราโดยการถูกตรึงไม้กางเขนจนถึงแก่ความตาย มันเป็นเพราะว่านี่คือความจริงทั้งหมด และเพราะว่าเราจะต้องเชื่อเช่นเดียวกันว่าพระเจ้าทรงบอกเราให้มีความเชื่อที่ได้แสดงไว้ในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดีที่ได้ใช้สำหรับประตูของลานพลับพลา ความเชื่อที่แท้จริงมาถึงเมื่อเราปฏิเสธความคิดของเรา และตระหนักได้ถึงการยกความผิดบาปที่พระเจ้าประ ทานมาให้ เราขอบพระคุณพระเจ้าได้ไม่เพียงพอสำหรับการประทานความรักที่ไม่มีเงื่อนไขมาให้เรา เพราะเราไม่มีสิ่งอื่นใดที่เราจะได้รับการภูมิใจได้ต่อพระพักตร์พระเจ้า
เราต้องวางพื้นฐานของความเชื่อบนความรู้ของพระเจ้าตามหลักพระคัมภีร์ พระเจ้าตรัสถึงพื้นฐานของความเชื่อนี้ให้แก่ผู้คนชาวอิสราเอล และพระองค์ทรงตรัสกับเราเช่นกัน แม้แต่ตอนนี้ท่านจะต้องตระหนักและเชื่อทั้งหมดในความจริงที่แสดงในสีต่างๆของประตูของลานพลับพลา สีต่างๆที่ประกอบในนี้เป็นพื้นฐานของความเชื่อจริงๆ เราต้องเชื่อในพระเจ้าที่แท้จริง พระเจ้าทรงรับเอาความผิดบาปของเราไปด้วยบัพติศมาของพระองค์และหลั่งพระโลหิตบนไม้กางเขนเพื่อช่วยท่านและผู้เขียนให้รอดจากบาปของเรา 
ท่านผู้ที่ต้องการเป็นคนทางจิตวิญญาณของอิสราเอลจะต้องเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณเพื่อช่วยท่านให้รอดจากบาปทั้งหมดโดยการสร้างระบบการสังเวยบาปขึ้นมาอีกครั้งที่เคยถูกทำลายมาก่อน ท่านและผู้เขียนจะต้องรู้จักข่าวประเสริฐนี้ที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และวางความเชื่อของการยกความผิดบาปเราอีกครั้งเพื่อว่ามันอาจจะหนักแน่นและมั่นคง 
เราต้องของพระคุณพระเยซูด้วยความเชื่อของเรา พระเจ้า พระบิดาทรงส่งพระเยซู คริสต์ ผู้เสด็จมาในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม เพื่อมาช่วยเราทั้งหลายผู้ที่จะต้องตกนรกโดยไม่มีทางรอดผ่านพระวจนะของความจริงของพระองค์ เราขอบพระคุณทั้งหมดแด่พระเจ้า โดยการเชื่อด้วยหัวใจทั้งหมดในความจริงที่พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยเราให้รอดจากความผิดบาปของเราด้วยภารกิจทั้งสี่ที่ได้แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดี และโดยการเชื่อในความรักอันเมตตาของพระเจ้า เพียงเมื่อเราทราบอย่างเหมาะสมและเชื่อในเหตุผลที่พระเจ้าทรงเรียกโมเสสขึ้นไปบนภูเขาซีนาย เราก็จะถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้วางพื้นฐานของความเชื่ออย่างถูกต้องบนการยกความผิดบาปที่แท้จริง ท่านและผู้เขียนต้องตระหนักว่าทำไมพระเจ้าทรงเรียกจากภูเขาซีนายและเชื่อมัน มันเป็นการยกความผิดบาปของเราทั้งหมดผ่านการสังเวยบูชาและทำให้เราเป็นบุตรของพระองค์ 
ท่านจะสามารถได้รับความรักอันกรุณาของพระเจ้าได้อย่างนับไม่ถ้วน จากความจริงที่ได้แสดงที่ประตูของลานพลับพลา ผู้เขียนหวังและอธิษฐานอย่างจริงใจว่าท่านจะเชื่อทั้งหมดในความรักอันเปี่ยมไปด้วยเมตตาของพระเจ้านี้และยอมรับมันเข้าสู่หัวใจของท่าน