คำสอน

เรื่องที่ 11: พลับพลา

[11-19] (อพยพ 25:31-40) คันประทีปทองคำ

(อพยพ 25:31-40)
“ เจ้าจงทำคันประทีปอันหนึ่งด้วยทองคำบริสุทธิ์ จงใช้ฝีค้อนทำคันประทีป ให้ทั้งลำตัว กิ่ง ดอก ดอกตูม และกลีบติดเป็นเนื้อเดียวกันคันประทีปนั้น ให้มีกิ่งหกกิ่ง แยกออกจากลำคันประทีปนั้นข้างละสามกิ่ง กิ่งหนึ่งมีดอกเหมือนดอกอัลมันด์สามดอก ทุกๆดอกให้มีดอกตูมและกลีบ อีกกิ่งหนึ่งให้มีดอกสามดอกเหมือนดอกอัลมันด์ ทุกๆดอกให้มีดอกตูมและกลีบ ให้เป็นดังนี้ทั้งหกกิ่งซึ่งยื่นออกจากลำคันประทีป สำหรับลำคันประทีปนั้นให้มีดอกสี่ดอกเหมือนดอกอัลมันด์ ทั้งดอกตูมและกลีบ ใต้กิ่งทุกๆคู่ทั้งหกกิ่งที่ลำคันประทีปนั้น ให้มีดอกตูมเป็นเนื้อเดียวกันกับคันประทีป ดอกตูมและกิ่งทำให้เป็นเนื้อเดียวกันกับคันประทีป ให้ทุกส่วนเป็นเนื้อเดียวกันด้วยทองคำบริสุทธิ์ที่ใช้ค้อนทำ จงทำตะเกียงเจ็ดดวงสำหรับคันประทีปนั้น แล้วจุดตะเกียงให้ส่องแสงตรงไปหน้าคันประ ทีปตะไกรตัดไส้ตะเกียงและถาดใส่ตะไกรให้ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ คันประทีปกับเครื่องใช้ทุกอย่างให้ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนึ่งตะลันต์ จงระวังทำสิ่งเหล่านี้ตามแบบอย่างที่เราแจ้งแก่เจ้าบนภูเขา “ 

คันประทีปทองคำทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนึ่งตะลันต์ ลำตัวของมันใช้ฝีค้อนทำทุกๆชิ้นด้วยทองคำบริสุทธิ์หนึ่งตะลันต์ มีกิ่งออกมาข้างละสามกิ่ง และมีตะเกียงเจ็ดดวงอยู่ด้านบนและมีหกกิ่ง ตามที่คันประทีปทองคำนั้นทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนึ่งตะลันต์ มันช่างแจ่มจรัสอย่างมีเสน่ห์และสวยงามให้มองยิ่งนัก 
ด้านบนของคันประทีปทองคำมีตะเกียงเจ็ดดวงที่มีน้ำมันอยู่ ที่ส่องแสงให้ความสว่างแก่ที่บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา ผู้ที่สามารถเข้าไปสู่ที่บริสุทธิ์ได้ด้วยการยกและเปิดประตูพลับพลาที่ทอด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดีเท่านั้น ผู้ที่เข้าสู่ที่แห่งนี้ได้มีเพียงผู้ที่เชื่อในงานของความรอดที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มเท่านั้น ดังนั้นไม่มีผู้ใดที่สามารถเข้าสู่ที่บริสุทธิ์ได้โดยไม่มีความเชื่อนี้ เพราะมันเป็นที่ที่อนุญาตให้แต่เพียงผู้ที่รู้จักความลับของด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดีที่แสดงในบังตาประตูพลับพลาเท่านั้น
ดังนั้นมีเพียงผู้ที่เชื่อในความรอดอันยอดเยี่ยมนี้ที่ทำด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดีนี้เท่านั้นที่สามารถเป็นสมาชิกของคริสตจักรของพระเจ้าได้ สี่สีของบังตาประตูพลับ พลาเป็นเงาของข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ ที่คาดการณ์ถึงการเสด็จมาของพระเยซู ผู้ทรงรับเอาบาปของโลกไว้ด้วยการรับบัพติศมาและแบกรับการปรับโทษบาปของเราด้วยการถูกตรึงไม้กางเขนและหลั่งพระโลหิตของพระองค์ 
ไม่มีอะไรนอกจากข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณนี้ที่เป็นข่าวประเสริฐของการยกความผิดบาปที่แท้จริงที่พระเจ้าประทานให้เรา ข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณนั้นเกิดจากบัพติศมาที่พระเยซู คริสต์ทรงได้รับและการพิพากษาของไม้กางเขนที่ทรงรับไว้เพื่อประทานพระพรของการยกความผิดบาปให้เราดังนั้นจึงมีเพียงผู้ที่เชื่ออย่างหมดใจในความจริงนี้เท่านั้นที่จะสามารถพ้นจากบาปทั้งหมดของตนได้ อีกนัยหนึ่ง พระเจ้าทรงยอมเพียงผู้ที่เชื่อในความจริงของด้ายสีฟ้า, สีม่วงและสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดีเท่านั้นได้เข้าไปสู่ที่บริสุทธิ์ได้ 
คันประทีปภายในที่บริสุทธิ์ที่มักจะส่องสว่างเสมอเพื่อให้ผู้ที่มาเป็นบุตรของพระเจ้าด้วยการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณได้ส่องแสงให้แก่โลกนี้ด้วยแสงแห่งความรอดที่ช่วยผู้คนให้รอดจากบาปของตน อีกนัยหนึ่งมีเพียงผู้ที่ได้รับการยกความผิดบาปผ่านข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณเท่านั้นที่สามารถทำให้บทบาทของคันประทีปที่ให้แสงสว่างของความรอดนั้นสมบูรณ์ เพื่อว่าผู้อื่นอาจจะทราบเช่นกันถึงความจริงนี้และได้รับการยกความผิดบาปของคน
คันประทีปทองคำมีดอก, ดอกตูม และกลีบ พระเจ้าทรงรับสั่งว่าตะเกียงเจ็ดดวงควรจะวางบนคันประทีปเมื่อคันประทีปส่องแสงความมืดก็ให้ทางแก่ที่บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้หมายความ ว่าคนชอบธรรมผู้ที่ได้รับการชำระบาปของตนด้วยการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณจะมาชุมนุมกันสร้างคริสตจักรของพระเจ้า และให้แสงสว่างแก่โลกนี้ แสงสว่างของคันประทีปที่ส่องในที่บริสุทธิ์คือข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่ขับความมืดออกไปจากโลกนี้ 
พระเยซู คริสต์เสด็จมายังโลกนี้เพื่อช่วยเราให้รอดโดยเสด็จมาโดยเนื้อหนังมนุษย์ และทรงรับเอาบาปของเราไว้ด้วยการับบัพติศมาจากยอห์น และทรงรับการปรับโทษบาปของเราด้วยการถูกตรึงไม้กางเขน พระเยซูจึงเป็นแสงสว่างของความรอด ในลานพลับพลาผู้มีบาปได้ผ่านบาปของพวกเขาไปสู่สัตว์สังเวยบูชาด้วยการวางมือลงบนหัวของมันและปล่อยให้มันรับการปรับโทษบาปของพวกเขาด้วยการฆ่าสัตว์สังเวยบูชานี้ 
เหมือนกันนี้ พระเยซู คริสต์ทรงทำให้ความรอดของเราสมบูรณ์ด้วยการรับบัพติศมาและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนตามพระราชบัญญัติของพระเจ้า และทรงเป็นแสงสว่างของความรอดสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด พระเยซู คริสต์ทรงทำให้ความรอดทั้งหมดของมนุษยชาติสมบูรณ์ด้วยพระราชกิจที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดี เราจึงรอดจากบาปของเราด้วยการเชื่อในข่าวประเสริฐของบัพติศมาและพระโลหิตที่พระเยซูประทานให้เรา ทุกคนที่เชื่อในพระเยซูจะต้องค้นพบแสงสว่างของความจริงนี้เช่นกัน 
พระเยซู คริสต์ทรงส่องสว่างของความรอดมาสู่โลกนี้เพื่อว่าผู้ที่ได้เกิดใหม่โดยน้ำและพระวิญญาณจะสามารถเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าได้ ดังนั้น มีเพียงผู้ที่เกิดใหม่โดยน้ำและพระวิญญาณเท่านั้นที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรของพระเจ้าและสามารถส่องแสงและเผยแพร่แสงของน้ำและพระวิญญาณออกไปทั่วโลกได้ เพราะพวกเขาเพียงเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญ ญาณและเผยแพร่ออกไป พระเจ้าก็จะทรงยืนยันข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณนี้เป็นพิเศษกับพวกเขาและยอมให้พวกเขาได้ส่องแสงสว่างของข่าวประเสริฐที่แท้จริง 
ดังนั้น เราควรจะตระหนักว่างานของการเผยแพร่แสงสว่างของข่าวประเสริฐออกไปทั่วโลกสามารถทำได้ด้วยผู้ที่เชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณว่าเป็นความจริงแท้เท่านั้น ผู้มีบาปไม่สามารถเข้าสู่ที่บริสุทธิ์ได้ มีเพียงผู้ที่เชื่อในข่าวประเสริฐที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มของประตูพลับพลาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ ดังนั้น มีเพียงผู้ที่รู้จักความจริงของด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มนี้และเชื่อมันในหัวใจเท่านั้นจะสามารถมาสู่พลับพลาและได้แบกรับภาระของการส่องแสงสว่างของความรอดได้
ตรงประตูของลานพลับพลา บังตาได้ทำด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มก็ส่องแสงด้วยวิธีนี้เช่นกัน สำหรับผู้ที่มองหาพลับพลาเพื่อที่จะถวายเครื่องบูชาในนั้น พระเจ้าทรงสร้างประตูของลานด้วยด้ายทั้งสี่สี แต่ผู้คนในพันธสัญญาฉบับเก่าไม่สามารถเป็นนิรันดร์ได้ผ่านการถวายบูชาประ จำวันของตน พวกเขาจึงต้องรอคอยต่อไปสำหรับพระเมสสิยาห์ อย่างไรก็ตามเมื่อพระเยซู คริสต์ พระเมสสิยาห์เสด็จมาแท้จริง พวกเขาจึงไม่สามารถตระหนักได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ที่แท้จริงด้วยการถวายของบูชาของแต่ละคนตามการเปิดเผยที่ทำในสีต่างๆของบังตาประตูพลับพลา 
นี่เป็นเหมือนคริสเตียนในปัจจุบัน ที่ไม่รู้ว่าพระเยซูเสด็จมาด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดีและทรงช่วยเราให้รอดอย่างสมบูรณ์ แม้พระเจ้าจะเรียกพระนามของพระเยซูก็ตาม เมื่อผู้คนของพันธสัญญาฉบับเก่าถวายการสังเวยบูชาของตนด้วยการวางมือและเลือดของสัตว์สังเวย พวกเขาจึงเชื่อว่าผู้ช่วยให้รอดจะทรงปรากฎในทางนี้เหมือนกับการสังเวยบูชาของพวกเขา 
ผู้คนของโลกนี้จะต้องเชื่อเช่นกันว่า พระเยซู คริสต์ ผู้ช่วยให้รอดเสด็จมายังโลกนี้ ทรงรับเอาบาปของโลกนี้ไปโดยการรับบัพติศมาตามระบบการสังเวยบูชาของพันธสัญญาฉบับเก่าของการวางมือและโลหิต และด้วยเหตุนี้ทรงช่วยผู้คนของพระองค์ให้รอดจากบาปด้วยการถูกตรึงไม่กาง เขนและหลั่งพระโลหิตของพระองค์ แต่เนื่องจากพวกเขาไม่รู้จักระบบการสังเวยบูชาในพันธสัญญาฉบับเก่า พวกเขาจึงไม่ทรางว่าพระเยซูเสด็จมาโดยบัพติศมาและพระโลหิตของพระองค์หรือโดยพระโลหิตเพียงอย่างเดียว หรือเสด็จมาเป็นเพียงผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาอย่างเดียว 
ในสายพระเนตรของพระเจ้า ความเชื่อที่คริสเตียนในปัจจุบันนี้ได้มีในระบบการสังเวยบูชาของพันธสัญญาฉบับเก่านั้นมีตำหนิเหมือนผู้คนชาวอิสราเอล เพราะพวกเขาไม่มีความเชื่อที่แท้จริงในพระเมสสิยาห์ผู้แสดงในระบบการสังเวยบูชา พวกเขาไม่สามารถเชื่อว่าพระเมสสิยาห์เสด็จมา ทรงรับบัพติศมา และหลั่งพระโลหิตของพระองค์ แต่ทุกคนในโลกนี้ รวมทั้งชาวอิสราเอลด้วย จะ ต้องเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระเยซูทรงช่วยพวกเขาให้รอดจากบาปผ่านพระราชกิจของการรับบัพติศมาและการถูกตรึงไม้กางเขนของพระองค์ 
พระเยซู คริสต์ทรงรับบัพติศมาและหลั่งพระโลหิตของพระองค์เพื่อช่วยท่านและผู้เขียนให้รอดจากการปรับโทษบาป เราจึงสามารถรู้จักพระเยซู คริสต์ได้ ผ่านความจริงที่ยึดในด้ายสีฟ้า, สีม่วงและสีแดงเข้มในประตูพลับพลาเป็นเงาของข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณเราสามารถรู้จักพระเยซู คริสต์ได้ ความจริงของความรอดนี้คือที่ผู้คนสามารถรับการยกความผิดบาปของคนได้ด้วยความเชื่อในข่าวประเสริฐที่แท้จริงนี้ในหัวใจของพวกเขาทุกคน พระเยซู คริสต์ประทานให้เราอย่างแท้จริงด้วยการเสด็จมายังโลกนี้ ทรงรับบัพติศมา และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ด้วยการเชื่อในความจริงนี้ท่านจะต้องมีความเชื่อที่ช่วยท่านให้รอดในหัวใจของท่าน ความจริงนี้ได้ช่วยท่านให้รอดจากบาปของท่าน 
ในครอบครัวที่บริสุทธิ์ที่สุดของพระเจ้า มีม่านบังตาสามผืน ประตูเหล่านี้จึงทอด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดี ตามที่ผู้เขียนได้บอกท่านหลายครั้งแล้วว่าด้ายที่สี่สีนี้ได้เปิดเผยถึงความรอดของพระเจ้าอย่างชัดเจน หากพระเจ้าทรงกำหนดพระราชบัญญัติของการยกความผิดบาปที่จะช่วยท่านให้รอดจากบาปอย่างสมบูรณ์โดยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดี ดังนั้นหากเราเชื่อตามพระราชบัญญัติของการยกความผิดบาปนี้แล้ว พระเจ้าจะทรงยอมรับความเชื่อของเราและช่วยให้เรารอดจากบาปอย่างสมบูรณ์ชั่วนิรันดร์ 
ด้วยการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มที่เราสามารถรอดจากบาปทั้งหมดได้ตลอดกาล ใครก็ตามจะสามารถไปหาพระเจ้าได้ด้วยการรู้จักและเชื่อในความจริงที่แสดงในระบบการสังเวยบูชาที่พระองค์ประทานให้ ตรงทางเข้าของที่บริสุทธิ์ที่เป็นครอบครัวของพระเจ้า มีเสาห้าเสา และมีบังตาที่ทอด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดีที่แขวนบนเสาเหล่านี้ ในการที่เราจะไปหาพระเจ้าเราต้องมีความเชื่อทั้งสี่ที่แสดงในด้ายทั้งสี่สีของบังตาประตู
ความเชื่อที่แสดงในด้ายสีฟ้าคือพระเยซู คริสต์ทรงยอมรับบาปของเราด้วยการรับบัพติศมาและความเชื่อที่แสดงในด้ายสีแดงเข้มคือที่พระเยซูทรงรับการปรับโทษบาปของเราด้วยการถูกตรึงไม้กางเขนและหลั่งพระโลหิตของพระองค์ ความเชื่อที่เปิดเผยในด้ายสีม่วงคือการเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้า และความเชื่อที่แสดงในด้ายสีแดงคือความเชื่อในพระวจนะของพระองค์ว่าพระเจ้าทรงทำให้เราไม่มีบาปด้วยการลบมลบทินบาปของเราออกไปด้วยด้ายที่เรากล่าวมาแล้วทั้งหมด นั่นคือโดยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม ความจริงนี้เรียกว่าข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ ดัง นั้นด้วยการเชื่อว่าพระเยซูทรงช่วยเราให้รอดโดยน้ำและพระวิญญาณจะทำให้เราสามารถเข้าสู่อา ณาจักรของพระเจ้าได้ นี่คือความเชื่อของผู้ที่สามารถเปิดประตูพลับพลาและได้เข้าสู่ที่บริสุทธิ์ 
ประตูของลานพลับพลาที่ทอด้วยด้ายสีฟ้า, สีม่วงและสีแดงเข้มที่ให้เราสามารถตระหนักถึงแผนการของพระเจ้าในวิธีที่ทรงช่วยเรา ทรงแสดงให้เราเห็นถึงความรอดของเรา เสด็จมาจากการยกความผิดบาปที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ ซึ่งไม่ใช้การได้รับผ่านความพยายามของมนุษย์หากเราร้องขอการยกความผิดบาปของเราทุกวันโดยไม่มีการสังเวยบูชาสำหรับการไถ่บาป, การผ่านบาปไปผ่านการวางมือและการหลั่งเลือด เราก็ไม่สามารถรอดจากบาปนิรันดร์ของเรา เพียงการสังเวยบูชาที่จะมาช่วยเราให้รอดจากบาปด้วยการรับเอาบาปทั้งหมดของโลกนี้ไปคือการทำให้เรารอดทั้งหมดด้วยการเชื่อในความจริงนี้และได้รับการยกความผิดบาป
หากเรามีความเชื่อในหัวใจของเราที่เชื่อในข่าวประเสริฐของความจริงแล้วเราก็จะสามารถเผยแพร่ข่าวประเสริฐของความรอดที่นำชีวิตนิรันดร์ไปสู่ทุกๆจิตวิญญาณที่หลงทาง เราสามารถส่องแสงให้แก่โลกนี้ได้ด้วยความจริงของความรอดที่ได้รับด้วยการเชื่อในพระราชกิจของพระเยซูที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม คันประทีปในที่บริสุทธิ์นั้นมีตะเกียงเจ็ดดวง ดังนั้นเมื่อตะ เกียงเหล่านี้ได้ถูกจุดขึ้น แล้วแสงสว่างก็จะสะท้อนผนังพลับพลาที่ทำด้วยไม้แผ่นหุ้มทอง ดังนั้นแสงสว่างที่ส่องในที่บริสุทธิ์ทั้งหมดจึงทอแสงจ้า หากในที่บริสุทธิ์ไม่มีคันประทีปแล้ว มันก็จะมีแต่ความมืด นี่คือเหตุผลที่พระเจ้าทรงวางวิสุทธิชนและคนรับใช้ของพระองค์ผู้ที่เชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณไว้ที่นี่ในโลกที่มืดมิดนี้ 
 

อะไรคือบทบาทของคันประทีปทองคำ? 
 
คันประทีปทองคำแสดงให้เราเห็นว่าพระเจ้าทรงประทานความเชื่อที่เชื่อในความจริงมาให้เราที่มาเป็นแสงสว่างของโลกนี้ ความเชื่อของเราคือการเชื่อว่าพระเยซู คริสต์ผู้ประสูติบนโลกนี้ ทรงรับบัพติศมาและหลั่งพระโลหิตบนไม้กางเขน หรืออีกนัยหนึ่ง พระเจ้ากำลังบอกเราให้ส่องแสงสว่างของความรอดด้วยความเชื่อนี้ เมื่อเรายึดข่าวประเสริฐของความรอดไว้ในหัวใจของเราและเผย แพร่ความเชื่อนี้ไปมันก็จะเป็นชั่วขณะที่แสงสว่างของความจริงได้ส่องแสงไป จากนั้นผู้คนจะได้เห็นและได้มาสู่แสงสว่างนี้ด้วยการตระหนักว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยพวกเขาให้รอดโดยด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดี และได้มาเป็นคนของพระเจ้า แสงสว่างแห่งความจริงนี้คือข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระเจ้าพระบิดาทรงวางแผยไว้ และสำเร็จโดยพระบุตรของพระองค์และพระวิญญาณบริสุทธิ์ 
เรากำลังเผยแพร่ข่าวประเสริฐไปสู่ผู้ที่ปรารถนาจะรอดด้วยความเชื่อในความจริงที่พระเยซูเสด็จมายังโลกนี้ ทรงรับบัพติศมาและถูกตรึงไม้กางเขน หลั่งพระโลหิตและสิ้นพระชนม์ และทรงเป็นจากความตายอีกครั้งเพื่อประทานการยกความผิดบาปทั้งหมดให้เรา หากพระเยซูไม่ทรงรับบัพติศมาและเสียสละพระองค์เพื่อเราแล้ว ท่านและผู้เขียนก็จะไม่มีทางรอดจากบาปทั้งหมดของเราเลย 
เพราะพระเยซูทรงรับบัพติศมา, หลั่งพระโลหิตของพระองค์ และทรงเสียสละเพื่อเรา พระ องค์จึงได้ประทานความเชื่อให้แก่ผู้มีบาปทุกคนให้รอดได้ เราไม่ใช่เผยแพร่คำสอนที่หลอกลวง เราเผยแพร่แสงสว่างของความรอดที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดีออกไปทั่วโลก เพราะเรามีความเชื่อที่รู้จักและเชื่อในบัพติศมาของพระเยซูและการสังเวยพระองค์บนไม้กางเขน เราจึงได้เผยแพร่แสงสว่างแห่งชีวิตไปสู่ผู้ที่ในหัวใจมีแต่ความมืดมิด ทุกคนที่ได้รับแสงสว่างจะร่วมเป็นพยานในความสงสัยที่น่าอัศจรรย์ของบาปที่หายไปจากหัวใจของพวกเขาทั้งหมด ทุกคนในโลกนี้จะมารู้จักบัพติศมาที่พระเยซูทรงได้รับและการเสียสละของไม้กางเขนที่พระองค์ทรงทำเพื่อลบมลทินบาปทั้งหมดของโลกเช่นกัน และด้วยการเชื่อว่าสิ่งนี้คือการยกความผิดบาปของพวกเขา พวกเขาก็จะมาค้นพบแสงสว่างแห่งความจริง 
ทำไมพระเยซู คริสต์เสด็จมายังโลกนี้? ทำไมพระองค์ทรงรับบัพติศมา? ทำไมพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน? ทำไมพระองค์ทรงฟื้นมาจากความตายอีกครั้งในสามวัน? เหตุผลสำหรับทั้งหมดนี้ก็เพราะว่าพระเยซู คริสต์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์นั่นเอง พระเยซูทรงรับบัพติศมาและหลั่งพระโลหิตของพระองค์เพื่อทำให้งานของความรอดของพระเมสสิยาห์สมบูรณ์ และพระ องค์จึงได้ส่องแสงสว่างของความรอดให้แก่ผู้มีบาป ดังนั้น เราจึงสามารถรู้จักความจริงนี้ได้ด้วยการเผยแพร่แสงสว่างของความรอดออกไปทั่วโลกและจึงได้รับชีวิตนิรันดร์ 
ท่านและผู้เขียนเป็นคันประทีปที่ส่องสว่างให้แก่โลกนี้ด้วยแสงสว่างของข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณ ผู้คนจะมารู้จักแสงสว่างของความจริงที่ช่วยพวกเขาให้รอดผ่านข่าวประเสริฐที่เรากำลังเผยแพร่อยู่นี้ ผู้ที่ค้นหาแสงสว่างในความมืดนี้จะได้เห็นแสงสว่างที่เรากำลังเผยแพร่อยู่ ได้ มาสู่แสงสว่างของความจริง และได้รอดจากบาปทั้งหมดของพวกเขา มนุษยชาติทุกคนรอดจากบาปได้ด้วยการมาสู่ความเชื่อที่เชื่อในความจริงนี้ 
ข่าวประเสริฐนี้ไม่ใช่เรื่องทางทฤษฎี ดังนั้นเราจะต้องเชื่อด้วยหัวใจที่แท้จริง เราสามารถทำงานในการเผยแพร่ข่าวประเสริฐออกไปได้เพียงเมื่อเราเชื่ออย่างแท้จริงในพระราชกิจของพระเยซูที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดี แต่ถ้าเราได้รับการยกความผิดบาปด้วยตะเกียงที่ไม่มีที่ใส่น้ำมันแล้ว เราก็จะไม่มีทางได้ให้แสงสว่างเลยตลอดไป ดังนั้นพระเจ้าจึงประ ทานคริสตจักรของพระองค์ให้เราเพื่อเป็นคันประทีป ในแต่ละกิ่งของคันประทีปนั้นมีกิ่งดอก และกิ่งดอกนี้มีดอกตูม นี่ก็หมายความว่าไม่มีอะไรนอกจากความเชื่อที่คริสตจักรได้สร้างขึ้น
สถานที่ที่คนทั้งหลายได้รับการยกความผิดบาปที่แท้จริงด้วยการเชื่อในหัวใจของพวกเขาร่วมกันคือคริสตจักรที่แท้จริงของพระเจ้า หัวของคริสตจักรคือพระเยซู คริสต์ และคริสตจักรคือพระวรกายของพระองค์ เหมือนกับที่ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างถูกต้องเหมือนกับที่หัวได้สั่งการ ดัง นั้นคริสตจักรจึงเคลื่อนไหวแขนขาด้วยการรับสั่งของพระเยซู คริสต์ นี่คือวิธีที่ข่าวประเสริฐได้ทำงาน แล้วคริสตจักรของพระเจ้าดูที่ไหน? โลกทั้งโลกกำลังจะตายด้วยการซึมซับไปในความมืด และคริสตจักรจึงมองหาจิตวิญญาณในท่ามกลางที่จะต้องตกนรกโดยไม่มีทางเลือก คริสตจักรของพระเจ้านั้นส่องแสงสว่างไปให้พวกเขาด้วยแสงสว่างของความรอด นี่คือสิ่งที่ท่านและผู้เขียนกำลังทำในคริสตจักรของพระองค์ด้วยความเชื่อของเราในข่าวประเสริฐ 
ในประเทศที่มีประวัติศาสตร์ทางคริสตศาสนาที่ยาวนาน จึงมีหลายคนที่เรียนรู้และทราบถึงพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นอย่างสูง ผู้เขียนเชื่อว่าเมื่อคนทั้งหลายในหมู่คนเช่นนั้นที่ได้มองหาความจริงแท้อย่างมั่นคง พวกเขาจะได้รับการยกความผิดบาปของพวกเขาครั้งหนึ่ง ดังนั้นในการเผยแพร่ข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณไปสู่คนเช่นนั้น ผู้เขียนจึงทำงานด้วยการรวมเหล่าวิสุทธิชนผู้ที่เกิดใหม่ด้วยความเชื่อไว้ด้วยกันทั้งหมด 
เพราะคริสตศาสนานั้นไม่เหมือนกับศาสนาอื่นๆ ที่วางพื้นฐานของความเชื่อบนพระวจนะ ผู้คนจะได้รับการยกความผิดบาปหากเราจะเพียงเผยแพร่พระวจนะออกไปอย่างถูกต้อง แต่ยังมีผู้ที่ต่อต้านความจริงนี้อยู่ด้วยการปฏิเสธและไม่เชื่อมันโดยไม่คำนึงว่ามันได้ประกาศไปสู่เขามากเท่าใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีนักศาสนาดื้อรั้นบางคนที่ไม่เชื่อในพระวจนะของพระเจ้า คนเช่นนั้นไม่เคยเชื่อในความจริงของน้ำและพระวิญญาณนี้แล้วผู้ที่ยอมรับพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นพระวจนะของพระเจ้าล่ะ? พวกเขามากมายจะได้รับการยกความผิดบาปด้วยการได้ฟังและเชื่อในข่าวประเสริฐนี้ 
เป็นเพราะว่าผู้เขียนมีความเชื่อนี้ที่ได้รับใช้พระเจ้าร่วมกับท่าน จนถึงทุกวันนี้ ในวันที่จะมา ถึง ข่าวประเสริฐนี้จะเผยแพร่ไปสู่ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนและงานอันยิ่งใหญ่ของข่าวประเสริฐก็จะเพิ่มขึ้น มันอาจจะเป็นกรณีที่พระเจ้าทรงทำงานที่เราไม่ได้เห็นและผู้คนเป็นพันๆคนได้รับการยกความผิดบาปของตนจริงๆทุกวัน และก็เหมือนกับท่านและผู้เขียนที่ผู้คนมากมายจะมาเป็นตะเกียงและเผยแพร่ความเชื่อของหัวใจของพวกเขาที่เชื่อในความรอดที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดีไปสู่ผู้คนของทั้งโลก ผู้เขียนเชื่อว่าตามที่พวกเขาได้ส่องแสงสว่างไปทั่วโลกนี้จะมีผู้ที่เชื่อใหม่จะเพิ่มขึ้น และพวกเขาก็เช่นกันจะได้ทำนุบำรุงและเผยแพร่ข่าวประเสริฐนี้ต่อไป 
เราผู้ที่ตอนนี้ได้เป็นตะเกียงของพระเจ้าที่ส่องแสงสว่างของความรอดด้วยความเชื่อของเราที่เชื่อในความจริงที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วงและสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดีด้ายสีฟ้าได้ให้แสงสว่างของความจริงของบัพติศมาของพระเยซู นั่นคือที่พระองค์ทรงแบกรับเอาบาปทั้งหมดของโลกนี้ไว้ด้วยการรับบัพติศมาจากยอห์น ด้ายสีม่วงได้ส่องแสงสว่างของความจริงที่พระเยซู คริสต์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของกษัตริย์ทั้งปวง ด้ายสีแดงเข้มคือแสงสว่างของความจริงที่พระเยซูทรงแบกรับเอาบาปของโลกนี้ไว้บนไม้กางเขนและหลั่งพระโลหิตของพระองค์ และผ้าป่านเนื้อดีคือแสงสว่างของความจริงที่พระวจนะของพระเจ้าได้ทำให้ผู้มีบาปนั้นเป็นผู้ชอบธรรม ข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่พระเจ้าประทานมาให้นั้นคือแสงสว่างของความจริงที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดี 
ข่าวประเสริฐนี้ก็เช่นกันได้บอกเราว่าพระองค์จะเสด็จกลับมายังโลกนี้เป็นการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระผู้เป็นเจ้า ทรงนำชีวิตมาให้เราอีกครั้ง โดยทำให้เราได้ครอบครองอาณาจักรพันปีร่วมกับพระองค์อีกครั้งเป็นเวลาพันปี และทำให้เราได้สามารถเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าได้อย่างเป็นนิรันดร์และอยู่ในนั้นตลอดกาล ท่านสามารถจิตตนาการได้ไหมว่าชีวิตนิรันดร์เป็นเช่นใด? 
จักรวาลนี้ชั้นช่างกว้างใหญ่ไพศาลนักตามที่นักวิทยาศาตร์ได้กล่าวว่ามีระบบดวงดาวมาก มายนับไม่ถ้วนในแต่ละกาแล็กซี่ในระบบนพเคราะห์ของเราและทางช้างเผือก พื้นที่ของจักรวาลที่พระเจ้าทรงสร้างนั้นช่างกว้างใหญ่ไพศาลเหลือประมาณได้ จากความรู้ของเราในจักรวาล มีมาก มายที่เราไม่ทราบทั่วกาแล็คซี่ ดาวที่ตกจากฟ้านั้นเป็นเพียงสะเก็ดดาวที่แยกออกจากโลกเมื่อล้านกว่าปีมาแล้ว และตอนนี้ก็เข้ามาถึงชั้นบรรยากาศและเผาใหม้ 
อีกนัยหนึ่งเรากำลังยืนยันในสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นล้านปีมากแล้วในตอนนี้ พื้นที่ของจักวาลที่พระเจ้าทรงสร้างมากมายที่ไม่เป็นที่รู้จักแต่แม้ว่าจักรวาลไม่ได้เป็นที่รู้จักของเราทั้งหมด แต่สำหรับพระเจ้ามันเล็กเหมือนกับเส้นลายมือในมือเราเท่านั้นพระเจ้าทรงเป็นผู้มีฤทธา และทรงเป็นพระองค์เดียวผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งหมดและสร้างจักรวาลตามลำดับทั้งหมด 
เราส่องแสงให้โลกด้วยแสงสว่างของความจริงในการเชื่อในข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณที่ทุกคนจะได้รับการยกความผิดบาปและรื่นเริงยินดีอย่างเป็นนิรันดร์ บุตรของพระเจ้ามีแสงสว่างของชีวิตที่ยอมให้พวกเขาได้มีชีวิตอย่างเป็นนิรันดร์พร้อมกับพระเยซู คริสต์ พระเจ้าทรงอยู่พร้อมกับเราอย่างเป็นนิรันดร์ ทรงยอมให้เราได้ยินดีในความยินดีของพระองค์และสวมพระสิริให้เรา ทำไม? เพราะว่าเราเชื่อในแสงสว่างของข่าวประเสริฐของฤทธาของพระองค์ ครั้งหนึ่งเราค้น พบแสงสว่างนี้ว่าทำให้เราได้สามารถรู้จักความจริง เราจึงต้องเผยแพร่แสงสว่างนี้ไปให้แก่ผู้อื่น 
และเมื่อเราเห็นการปกครองของพระเจ้าที่ทำงานในทั่วจักรวาลแล้ว ความเชื่อของเราในงานของพระองค์ก็จะผลิขึ้น เราก็จะได้เห็นดวงดาวบางดวงที่หายไปเป็นล้านๆปีมาแล้วด้วยตาเรา เพราะมันส่องประกายเป็นล้านๆปีแสงจากโลกนี้เราจึงสามารถจินตนาการถึงแนวคิดของ “ ความเป็นนิรันดร์ “ ได้เมื่อเรามาคิดถึงความไม่สิ้นสุดของจักรวาล 
เราผู้เป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรของพระเจ้าในตอนนี้ได้มีชีวิตของเราด้วยการเผยแพร่แสงสว่างของข่าวประเสริฐที่แท้จริง เพราะเราเชื่อในความจริงที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้ม เราเชื่อว่าความรอดนี้รับรองชีวิตนิรันดร์และพระพรนิรันดร์ให้เราในอาณาจักรของพระบิดาของเรา และเราทราบว่าพระเจ้าทรงปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนรอดและได้มารู้จักความจริง ( 1 ทิโมธี 2:4 ) ดังนั้นผู้ที่รู้จักแสงสว่างของความรอดจากต้องเผยแพร่ข่าวประเสริฐของน้ำและพระวิญญาณออกไปซึ่งเป็นงานที่พระเจ้าทรงวางพระทัยให้พวกเขาทำ 
พระเจ้าทรงอวยพระพรให้เราเพื่อว่าเราจะสามารถทำงานนี้ได้ การตระหนักเพียงพระพรอันยิ่งใหญ่นี้คือสิทธิของเราในการทำงานของเราด้วยความเชื่อ ผู้เขียนหวังว่าท่านจะเติมหัวใจของท่านด้วยแสงสว่างที่รู้จักความจริงของพระเจ้า ท่านและผู้เขียนได้มาเชื่อในพระราชกิจของความรอดที่แสดงในด้ายสีฟ้า, สีม่วง และสีแดงเข้มและผ้าป่านเนื้อดีด้วยพระคุณของพระเจ้า และเราได้ มาเป็นแสงสว่างของความรอดสำหรับทั้งโลก เป็นผู้ที่ส่องแสงสว่างไปทั้งโลก ฮาเลลูยา! ขอขอบ พระคุณพระเจ้า